Mini-FIC

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง~~ =w="

       

วันนี้เป็นวันลอยกระทง ตรงกับวันที่2พฤศจิกายน ที่โรงเรียนT.O.P วันนี้ก็มีจัดงานลอยกระทงกันด้วย เหล่านักเรียนและครูอาจารย์ต่างนำกระทงมาลอยลงในสระกันอย่างหน้าระรื่น

 

แต่ทว่า... ท่ามกลางความสนุกสนานของผู้คนมากมาย มีเด็กอยู่กลุ่มนึงที่กำลังทนทุกข์อยู่กับการนั่งทำกระทงขาย

 

ทอย - โอ้ยยย เหนื่อยชิบหอกเลยวุ้ยย กว่าจะทำออกมาได้แต่ละอัน ทำไมมันลำบากยากเย็นจังฟระ!

ไนท์ - นั่นสิ กว่าจะหาวัสดุมาได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ แถมยังต้องถูกใครก็ไม่รู้มาบังคับให้นั่งพับกระทงขายอีก -*-

พล - น่าๆ อย่าบ่นเลยพวกนาย เรายังไม่เห็นบ่นสักคำเลย (*นั่งตากลมชมสาวๆ*)

ไนท์/ทอย - ก็เอ็งมันคนขาย ไม่ได้มาช่วยพวกตูทำนี่เห้ย!!!!!

พล - แหกกกกกกกกก พร่อง!!!! กุเมพสาสสส

ไนท์/ทอย - เมพพร่อง!!!!!!

 

ระหว่างที่ทั้งสามกำลังเถียงกันไปกันมาอยู่นั้นเอง จู่ๆก็มีลูกค้าคนนึงเดินเข้ามาที่ซุ้มขายกระทงของพวกทอย

 

อิม - นี่ๆพวกนาย ขอกระทงสักสิบอันสิจ๊ะ!

เรย์ - ของเราด้วยนะ

ไนท์ - โหยเจ๊! จะเอาไปทำไมตั้งเยอะตั้งแยะ

ทอย - ใช่ๆ แค่อันเดียวพวกเรายังจะทำไม่ทันแล้วเลย (ไม่ใช่เพราะขายดี แต่กุทำไม่เป็น -*-)

อิม - หืมมม อะไรกันนี่

พล - เห้ยๆๆ พวกเอ็งอย่าพูดกับลูกค้าสุดสวยแบบนี้สิฟระ!! แหกๆๆๆ อิมมี่จังจะเอาสีอะไรบ้างจ๊ะ เดี๋ยวเราสั่งลูกน้องทำให้น้า

ทอย/ไนท์ - เห้ยยย!!!!!

พล - อะไรฟะ อย่าพูดมาก รีบๆทำกระทงให้เลดี้เร็วเข้าสิเว้ยย!

ทอย - พร่อง!!!! แบบนี้ใครจะไปทำทันฟะ

ไนท์ - งั้นเราไม่ทำแล้ว เอ็งมาทำเองขายเองก็แล้วกัน!!

พล - กำ แหกกกกกกกกก

 

ระหว่างที่พวกทอยกำลังเริ่มวงแตกกันนั้นเอง จู่ๆก็มีเสียงใครบางคนตะโกนขึ้น อิมกะเรย์จึงหันไปดู 

 

อุ๋ม - กระทงคร้าบกระทง กระทงสวยๆมาแล้วคร้าบบบบ

เจม - เอากระทงมั้ยครับพี่~!!

 

นั่นก็คือเจมกับอุ๋มและพวก4/7ที่ขอสลัดมาดนักเลงมาพับกระทงเดินเข็นขายกันในโรงเรียนนั่นเองงง 

 

อิม - ว๊าววววว~!! มีกระทงรถเข็นมาขายด้วยอ่า เรย์ดูสิๆ

เรย์ - ว้าว สุดยอดเลย อิมเราไปซื้อร้านนั้นกันดีกว่า

อิม - ปะๆ

 

อุ๋ม - ว่าไงเพ่ เอากระทงมั้ยเพ่ สวยๆอันละ 10 บาทเองเพ่~

อิม - ว๊ายยยย น่าร๊ากกก ทั้งกระทงและคนขายเลยจ้ะ น้องอิมขอเหมาหมด~~!!!

อุ๋ม/เจม - โอววววววววววววว

 

และแล้วกระทงรถเข็นของกลุ่มห้อง4/7ก็ขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนลูกค้าทั่วทั้งตึกมัธยมต่างออกมารุมกว้านซื้อกันจนขายไม่ทัน สร้างความโศรกเศร้าสะเทือนใจให้กับพวกทอยอย่างมาก....

และในขณะนั้นเอง พวกชาร์ม โม เอฟ และคนอื่นๆ ก็เดินผ่านมาเจอะเข้าพอดี

 

ชาร์ม - กำ ไงพล ทอย ไนท์ ขายไปได้กี่กระทงแล้วล่ะ

ไนท์ - ยะ.... อย่าถามเลย

ทอย - พะ... พวกเราเจ๊งแล้ว

พล - ไม่เป็นท่าเลยล่ะ.... อา

พล/ทอย/ไนท์ - เจ๊งแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย หือๆๆๆๆๆ

ชาร์ม/โม/เอฟ/คนอื่นๆ - ......

 

จบ... จ้าาาา

นานมาแล้ว ตั้งแต่ผมยังจำความได้ มีเด็กผู้หญิงคนนึง ที่ชอบมาเล่นกับผม แล้วอุ้มผมไปวางไว้บนตักของเธอ ตอนนั้นผมไม่รู้อะไรหรอก ว่าเธอทำแบบนั้นไปทำไม แต่ผมรู้ว่าเธอคือ "พี่" แม่ให้ผมเรียกเธอว่าพี่ ทุกๆครั้งที่ผมร้องไห้งอแงหิวนม แม่มักจะขอให้พี่ช่วยป้อนนมให้ผมทุกครั้งเวลาที่แม่ไม่ว่าง ทุกครั้งที่พี่ป้อนนมให้ผม พี่จะหยอกผมเล่นทุกครั้ง เวลาที่ผมเห็นสายตาของพี่ที่จ้องมองมาแบบนั้น มันทำให้ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกเลย
        
จนกระทั่งตอนที่ผมเริ่มเดินได้แล้ว ผมเริ่มอยากรู้อยากเห็นอะไรๆมากขึ้น ก็เริ่มซนมากขึ้น ทุกครั้งเวลาที่พี่กำลังทำการบ้านหลังเลิกเรียน ผมก็ชอบที่จะไปยุ่งวุ่นวายอยู่แถวๆพี่นั่นแหละ บางครั้งก็ป่วนจนพี่แทบไม่มีเวลาทำการบ้าน แต่พี่ก็ไม่เคยว่าอะไร กลับเล่นกับผมจนโดนพ่อกับแม่ว่าเพราะทำการบ้านไม่เสร็จ จนกระทั่งช่วงที่ผมเริ่มเข้าเรียนอนุบาล พี่ก็คอยจูงมือผมเดินเข้าเรียนทุกวัน พอถึงเวลาพักเที่ยง พี่ก็จะมารอผมอยู่ที่หน้าห้องเรียนประจำ แล้วพาผมไปนั่งกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกัน พอหลังเลิกเรียนพี่ก็พาไปกินไอศกรีม ด้วยเงินค่าขนมของพี่เพียงไม่กี่สิบบาทที่พ่อกับแม่ให้มาโรงเรียน เมื่อกลับมาถึงบ้าน พี่ก็จะคอยสอนการบ้านให้ผมเสมอ ถึงแม้ว่าผมจะเอาแต่เล่นตลอดเวลาจนโดนพี่ดุ แต่พี่ก็ไม่เคยตีผมให้เจ็บเลยสักครั้งเดียว
                
ทุกครั้งที่เป็นวันหยุด พี่จะชอบชวนผมไปขี่จักรยานเล่นในหมู่บ้าน โดยพี่จะเป็นคนขี่แล้วให้ผมนั่งซ้อนท้ายประจำ บางวันเราก็จะช่วยกันรดน้ำต้นไม้ที่บ้าน ผมรู้สึกมีความสุขมากๆเลย เวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับพี่ท่ามกลางสีสันสดใสของดอกไม้ พี่เคยบอกไว้ว่า ดอกไม้แต่ละดอกเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงครอบครัว ดอกพุทธรักษาคือสัญลักษณ์ของพ่อ ส่วนดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ของแม่ ผมถามพี่ว่าแล้วดอกไม้ของลูกล่ะ? พี่หัวเราะแล้วตอบผมว่า ไม่มีหรอก แต่พี่คิดว่าดอกไม้ที่เหมาะกับผมคือดอกไม้ที่มีสีอ่อนโยน เหมือนกุหลาบสีชมพู ผมเลยบอกกับพี่ว่า งั้นผมคิดว่าดอกไม้ของพี่ก็คือดอกทานตะวัน.... พี่ถามว่าทำไมล่ะ? ผมตอบไปตามประสาเด็กๆว่าไม่รู้จริงๆ แต่รู้สึกว่ามันเหมาะกับพี่มาก พี่หัวเราะแล้วเอามือมาลูบหัวผมแล้วโอบผมไว้ในอ้อมแขนของพี่ ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะ ว่าทำไมดอกทานตะวันถึงเหมาะกับพี่ เพราะว่ามันเป็นดอกไม้ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและแสงสว่างของแสงแดดจากพระอาทิตย์ไงล่ะ !
              
จนเมื่อเวลาผ่านไป ผมได้เข้าเรียนถึงชั้นมัธยม พี่ก็ยังคอยพาผมไปโรงเรียนทุกวันเหมือนเดิม เวลาที่ผมรู้สึกเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีใครเข้าใจ พี่ก็คอยปลอบโยนเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ ในเวลาที่ฝนตก ผมเห็นพี่ชอบมองออกไปนอกหน้าต่าง ผมถามพี่ว่าทำไม พี่ตอบแบบง่ายๆว่า มันรู้สึกสบายใจดี ซึ่งผมเองก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่นั้นมาผมก็ชอบที่จะนั่งมองสายฝนนอกหน้าต่างเรื่อยมา แต่หลายๆครั้งที่ฟ้าร้องโครมคราม ผมตกใจกลัวจนตัวสั่น พี่ก็จะเข้ามาโอบกอดผมไว้ แล้วบอกกับผมว่า ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวฝนก็หยุดตกแล้ว มันเป็นคำพูดที่ฟังดูง่ายๆ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกหายกลัวได้มาก ยิ่งได้อยู่ในอ้อมกอดของพี่ด้วยแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกอบอุ่นยิ่งกว่าอะไรอีก... 
              
จนถึงตอนนี้.... พี่ก็ยังคงทำอะไรๆเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ผมยังเป็นเด็กๆ ความรู้สึกห่วงใยและความอบอุ่นที่พี่เคยมอบให้ผมในตอนที่ผมยังเด็กๆ ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม นี่แหละ เหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกว่า รักพี่ที่สุดเลย ถึงแม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ผมก็ยังรู้สึกว่าพี่ยังอยู่ข้างๆผมตลอดเวลา ไม่ว่าเวลาที่ผมจะมีปัญหาอุปสรรคมากแค่ไหนก็ตาม พี่ก็จะเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ มันเป็นความรู้สึกที่ผมขอบคุณไม่ได้เลย (เพราะมันมากมายเหลือเกิน ฮือๆ..)
       
สุดท้ายนี้ ถ้าพี่ได้อ่านบันทึกหน้านี้แล้ว ผมแค่อยากจะบอกกับพี่ว่า รักพี่มากๆ รักพี่ที่สุดในโลกเลย และอยากจะอยู่กับพี่แบบนี้ตลอดไป.. สุขสันต์วันเกิดนะ! พี่มิ พี่สาวของผม ^ ^
                
จาก.... น้องชายของพี่ (ชาร์ม)
           
          
HBD26thPMi.jpg picture by charm0022
               
                 
               
ปล. รักพี่มิที่สุดเล๊ยยยยย~
โอ้ย หายไปนานเลยทีเดียว... หลังจากที่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมามีแต่เรื่องเครียดๆ เลยพักการอัพบล็อกไปพักนึง ตอนนี้ผมก็พยายามกลับมาเขียนฟิค และทำอะไรๆ ให้ได้เหมือนเมื่อก่อนอีกครั้งครับ เพราะรู้สึกชีวิตมันขาดสีสันซะเหลือเกิน
             
       
       
      
เช้าที่สุดจะอบอ้าววันหนึ่ง....
         
ชาร์ม - ง้าวววววววว~~ เบื่อๆๆ อยากออกไปเที่ยวจังเล๊ยยย ชวนเอฟไปด้วยกันดีกว่า เย้ๆๆ
          
กริ๊งๆๆๆ
            
เอฟ - ฮัลโหล B)
           
ชาร์ม - ไงเอฟ เราอยากไปเที่ยวจังเลย ไปด้วยกันมั้ย *-*
        
เอฟ - ไม่ล่ะ ตูจะไปดูพันธมิตร~
        
ชาร์ม - กำ... -*- มันจะไปทำไมวะดูพันธมิตร อาการหนัก.. งั้นเดี๋ยวโทรชวนชอปก็ละกัน
           
กริ๊งๆๆๆ
        
ชอป - เห่ลโหล๊ว~
       
ชาร์ม - ชอป ไปเที่ยวกันมั้ย!
       
ชอป - อ่า ขอโทษนะ แต่เราติดธุระน่ะ จะไปดูพันธมิตร *0*
        
ชาร์ม - กรรม.. นี่อีกคน งั้นชวนตาโมละกัน
            
กริ๊งๆๆๆๆ
          
โม - ฮัลโหลนั่นใครครับ มีธุระอะไร วันนี้ใส่เสื้อสีอะไร กางเกงในล่ะ แต่ยังไงก็ช่างวันนี้ผมมีธุระสำคัญที่จะไปดูพันธมิตร ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ!!
      
ชาร์ม - ดู ดู๊ ดู ดูมันทำ - -".... งั้นลองชวนบักชิก็ได้ฟระ!!!
            
กริ๊งๆๆๆๆ
         
ชิ - เห้ย ใครวะ โทรมาตอนตูกำลังยุ่งๆ ไว้ค่อยโทรมาคราวหน้าเฟ่ย คนจะดูพันธมิตร!
       
ชาร์ม - เห้ย!!!!! นี่มันอะไรกันฟร๊าาาาา!!! ใครๆก็ไปดูพันธมิตรกันหมด! นี่มันอะไรก๊านนนนนน!!!!!!! TT___TT""
         
และแล้วเด็กหนุ่มก็เริ่มทนไม่ไหว จึงรีบบึ่งไปที่โรงหนังเพื่อจะดูหนังใหม่ที่กำลังเข้าโรง เรื่อง "โลง ตัด ตอน" แทนที่จะไปเที่ยว เพราะไม่มีเพื่อนจะไป... แต่ทว่า เมื่อเข้าไปในโรง เขากลับเจอกับพวกเอฟและทุกๆคนกำลังนั่งอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา! โอ้วนี่มันอะไรกันนี่~
         
ชาร์ม - เห้ย พวกเอ็ง ไหนบอกจะไปดูพันธมิตรไงฟะ ไหงมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียวเห้ย!!
        
เอฟ - เอ๊า! นี่เอ็งไม่รู้เรอะ ที่ตูบอกว่าจะไปดูพันธมิตรเนี่ย ไม่ใช่ไอ่พันธิตรที่ไปบุก*******นั้น!! -*-
         
ชาร์ม - เอ๊า! แล้วเอ็งหมายถึงพันธมิตรไหนเล่า!!
      
เอฟ - ตูหมายถึง ทีมพากษ์พันธมิตรที่ให้เสียงภาษาไทยหนังจีนเฟ่ย!!! ฮ่วย!!!!!
         
ชาร์ม - กำ.... (เพล้งงงงงงงงงงง *หน้าแตกเป็นเสี่ยงดั่งกระจกที่แตกสลาย*)
                
โม - จะยังไงก็ช่าง รีบๆมานั่งเร็วเข้า หนังจะฉายแล้วนะ *---* (ยืนบังอยู่ได้ คนจะดู!)
            
ชาร์ม - อ่า ครับๆๆๆๆ B)
                   
                
และแล้วทุกอย่างก็คลี่คลาย ปรากฎว่าเป็นความเข้าใจผิดของชาร์มนั่นเอง และแล้วก็ได้เวลาหนังฉาย ทุกคนก็นั่งดูกันพร้อมหน้าพร้อมตา!
         
"เกรียนเทยฟิล์ม ขอเสนอ... โลง ตัด ตอน .... ให้เสียงภาษาไทยโดย พันธมิตร!"
         
ทุกคน - เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ~~~~~~ฮิ้วววววววววววว
            
เอ่อ..... ว่าแต่..... พันธมิตรเคยพากษ์หนังไทยด้วยเรอะ... - -""
         
        
จบดีกว่าเพ่เอ้ยยย!
เย็นวันหนึ่ง ชาร์มกลับมาบ้านหลังเลิกเรียน พอเข้าห้องได้ปุ๊บก็จับคอมทันที และแน่นอนว่ามันต้องเล่น.. ต้องเล่น!!...... ต้องเล่น!!!!!........... GETAMPED!! (อะโธ่ แล้วจะบอกก็ไม่บอก -*-)
          
ชาร์ม - 555555+ หนุกๆ เจอคนเมพๆเต็มห้องเลย *-*
          
เจ้าตัวนั่งพูดไปพลางเล่นไปพลาง ระหว่างเกมการเล่นนั้นเขาก็ได้เจอกับนักเล่นเก่งๆหลายคน และแน่นอนเขาเองก็สู้อย่างสุดกำลัง ทั้งใช้ของโกง เล่นตก หรือ โดดฟัน ก็ทำทุกวีถีทางเพื่อชัยชนะ!!
แต่แล้ว ก็ดูเหมือนว่าโชคจะเริ่มไม่เข้าข้างเจ้าชมิดซะแล้ว...
       
ชาร์ม - อ่าวเห้ย! ไรวะ พอตาสุดท้ายแม่งเล่นตูตกซะงั้น เลวบัดซบ! -*-
               
ชาร์มนั่งสบถอย่างหงุดหงิดและเซ็ง ด้านมืดที่อยู่ในตัวเลยออกมานั่งข้างๆ แล้วพูดตัดบท
         
ด้านมืด - โถ่ แพ้แค่นี้เอง จะบ่นทำไมวะ - -"
ชาร์ม - งั้นถามหน่อยสิด้านมืด พวกเล่นตกนี่นายคิดว่าไง!?
ด้านมืด - ก็งั้นๆ
ชาร์ม - แล้วพวกเล่นโดดล่ะ?
ด้านมืด - ก็ไม่เลว...
ชาร์ม - (...) แล้วพวกเล่นดักล่ะ?
ด้านมืด - ธรรมดาน่ะ...!
ชาร์ม - (...)..............
          
ชาร์มเงียบไปแป๊ปนึง แล้วหันไปจับคีย์บอร์ดกดเล่นฆ่าคนในห้องจนหมดเกลี้ยง
            
ชาร์ม - งั้นแล้วเล่นแบบที่เราเล่นล่ะ?
ด้านมืด - "เลวบัดซบ!!!"
ชาร์ม - ล.. เลวบัดซบ!!!!!?!? TT_______TT""""" (โครมมมมมมมม!!!!!!)
             
"ไม่เอาแล้วว้อยยยยย!! เลิกๆๆ!! -*-"
           
จบเห๊อะ!
       
        
-------------------
          
สวัสดีเพื่อนๆที่อ่านทุกๆคนด้วยนะครับ หลังจากที่หายไปได้สักระยะ เนื่องจากจอคอมมีปัญหานิดหน่อย(ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ -*-) เลยหาจังหวะมาอัพบล็อกไม่ได้ซะที ตอนนี้เลยได้แต่นั่งเซาปั่นงานไปวันๆ เนื่องจากคอมใช้การไม่ค่อยได้ครับ(จอดับๆติดๆ สงสัยเครื่องร้อนมากเกินไป) พอดีช่วงนี้เขียนฟิคสั้นๆไว้ในสมุดบันทึก เลยเอามาลงให้อ่านกัน หวังว่ามุขคงจะพอบั่นทอนปัญญาได้บ้าง ยังไงว่างๆก็จะพยายามแว่บมาอัพเรื่อยๆนะครับ อะคุคุคุคุ~cool.gif
           
              
เกร็ดปลากรอบ -  "เมพ" เป็นคำที่ผิดพลาดมาจากการพิมพ์คำว่า "เทพ" แต่ไปติดตัว ม.ม้า ที่อยู่ข้างๆ ท.ทหาร จึงกลายเป็น "เมพ" และใช้ต่อๆกันมาจนปัจจุบัน
"เมพ" จะใช้สื่อได้ 2 ความหมาย เมื่อเป็นด้านบวก คือการชมเชยถึงความเก่งขั้น"เทพ"ของบุคคลที่กล่าวถึง เช่น เห้ย! ไอ่เอฟโดนบักแสงเขียนชื่อลงในเดธโน๊ตแต่ไม่ตายหว่ะ โคตรเมพ! (เมพด้านบวก = แม่งโคตรเทพ)
แต่ถ้าใช้เป็นด้านลบจะให้ความหมายตรงข้าม คือกลายเป็นว่า แหม.. มันไม่เทพเล๊ย! ไม่เทพเลยสักนิด ถึงจะดูเหมือนเทพหน่อยๆก็เถอะ! (เมพด้านลบ = ไม่เทพ, เหมือนจะเทพ)
มันก็เป็นฉะนี้แล...~