FICTION

ตามหัวเอนทรี่เลยครับ พอดีอยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำ(ตรงไหนฟะ แอบอู้งานฟิคมานั่งอัพบล็อกเล่นสิไม่ว่า -*-) ในเอนทรี่นี้เลยถือโอกาสมาแนะนำตัวละครหลักๆจากฟิคเรื่อง NG The Networld Guardian ที่ผมแต่งอยู่ซะเลย มีภาพประกอบด้วยนะครับ โหลดโหดนิดนึง
      
        
คำอธิบาย - ตำแหน่ง A. B. และ C. นั้น ในหน่วยNGมีความหมายถึงตำแหน่ง พันเอก พันโท และ พันตรี ตามลำดับนะครับ
               
เริ่มแรกเลย พระเอกของเรื่อง
                 
พันโท ร๊อบส์ สเป็นสัน
user posted image
เป็นหนึ่งใน5สมาชิกใหม่ที่ได้รับเลือกมาประจำการในหน่วยNG บุคคลิกตัวละครเฮียแกจะออกแนวซึนเดเระนิดๆ(ถึงขั้นหนัก) เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร เกลียดการถูกควบคุม(โดยเฉพาะจากมิคาเอลที่คอยมอบหมายภารกิจให้ทำ)
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ จริงๆแล้วเขาก็เป็นคนดีมากๆคนนึงนะครับ เพียงแต่จะมีโลกส่วนตัวสูงเกินไปหน่อยจนดูเข้าถึงยาก แต่ในสนามรบนั้นจัดว่าเมพและเกรียนพอสมควรเลย (จะเกรียนยังไง ต้องไปอ่านช่วงไฟล์1-8ดูครับ)
             
                
            
ต่อไปคือนางเอกของเรื่องครับ
              
พันโท เอมิลี่ ซาเบลล์
user posted image
เอมิลี่นั้นเป็นสมาชิกดั้งเดิมออริจินอลของหน่วยNGครับ ฉะนั้นจึงเป็นรุ่นพี่ของพวกหน้าใหม่อย่างร๊อบส์ด้วย(แม้ว่าจริงๆจะมาก่อนแค่ไม่กี่เดือนก็เถอะ) เดิมทีเจ๊แกเคยเป็นหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับมาก่อนด้วย หน้าที่ปกติในหน่วยNGคือจะเป็นเหมือนโอเปอเรเตอร์ครับ (แต่ในเรื่องจะเรียกว่า นาวิเกเตอร์ เพราะจะทำมากกว่านั้น)
ในด้านเนื้อเรื่อง เจ๊แกจะคอยมาดูแลร๊อบส์อยู่บ่อยๆ แต่เจ้าตัวก็มักจะรำคาญอยู่บ่อยๆเพราะไม่ค่อยชอบให้ใครมาป้วนเปี้ยนแถวๆในห้องตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นเจ๊เอมิลี่เราก็คอยติดตามให้การดูแลร๊อบส์และสมาชิกใหม่อีก4คนอยู่เรื่อยๆ (อารมณ์เหมือนเจ้าแม่ฮาเร็มหนุ่มๆนะ แต่จริงๆบทจืดจางเหลือหลาย พักนี้ - -")
                
             
             
พระรองบ้างครับ คนแรก
                
พันโท แคมรี่ เนวีบลู

user posted image
เป็นหนึ่งในสมาชิกหน้าใหม่ และเป็นคนที่สนิทกับร๊อบส์มากที่สุดครับ เป็นสมาชิกที่หน้าสวยที่สุดในทีมด้วย(เอ๊า? ยังไงกัน) ปกติจะทำงานด้านประสานงานแบบเดียวกับเอมิลี่ เป็นคนที่ฉลาดและเป็นมันสมองของทีมเลยทีเดียวล่ะ แต่พูดถึงบทบู๊ของพี่แกก็มีเยอะนะครับ พอๆกับร๊อบส์เลยล่ะ แต่จะไม่ค่อยได้แท็คทีมด้วยกันเท่าไหร่ เพราะร๊อบส์จะไปแท๊คกับคนข้างล่างซะมากกว่า
      
        
         
มาถึงคนข้างล่างที่ว่า เป็นพระรองลำดับที่2....
       
พันโท แจ๊ค สเปลลอยด์
        
 
หมอนี่แหละ คือคู่ปรับคู่กัดแบบเจ็บๆคันๆของร๊อบส์ เป็นสมาชิกหน้าใหม่ที่อายุมากที่สุด(แต่น้อยกว่าเอมิลี่ปีนึง) แจ๊คเป็นคนที่เก่งในทุกๆด้าน มีพรสวรรค์ในด้านทักษะการต่อสู้สูงมากด้วย เรื่องเทคนิคลูกเล่น ลูกล่อลูกชน ต้องยกให้เฮียคนนี้เลย และเฮียแกก็แอบชอบเอมิลี่อยู่ด้วย เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลนึงว่าทำไมเขาจึงทำตัวเป็นคู่แข่งกับร๊อบส์ตลอดเวลา แต่ถึงยังก็ดี 2คนนี้ก็มักจะมีภารกิจร่วมกันบ่อยๆ จนอาจจะเปลี่ยนจากคู่กัด เป็นคู่เกย์กันไปแทนได้(จริงๆนะเนี่ย)
     
      
     
พันตรี ลูอิซ ทีเมซ
       
เดิมทีเป็นบาทหลวงอยู่ที่โบสถ์อีวาเจลิค(ตั้งอยู่ที่อิตาลีซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาครับ) เป็นสมาชิกที่มีความสงบเสงี่ยมและใจเย็นมาก ลูอิซมีเพื่อนสนิทในทีมคือ สเตฟาน และเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆด้วย(ประวัติที่มาของ2คนนี้จะเล่าในตอนต่อๆไปครับ=w=) ด้วยความที่เป็นคนสงบนิ่งเหมือนพ่อพระตลอดเวลา ทำให้หลายๆคนนับถือเขาเหมือนสมาชิกที่มีอายุไล่ๆกันเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า จะมีอะไรบางอย่างที่เป็นความลับซ่อนอยู่ในตัวของเขาด้วยเหมือนกันครับ....
     
     
     
พันตรี สเตฟาน แจ๊สซี่
  
user posted image
สเตฟานเป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็กๆของลูอิซครับ แต่มีนิสัยที่แตกต่างกันลิบลับ คือเป็นคนใจร้อนบู่มบ่ามและบ้าพลังด้วย ด้วยความที่เป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด เลยไม่ค่อยมีภารกิจหลักของตัวเองเท่าไหร่ เป็นฝ่ายสนับสนุนแบบกำลังเสริมพิเศษมากกว่า จริงๆแล้วเขาคนนี้จะเป็นตัวปล่อยมุขในเรื่องครับ ไหนๆเรื่องนี้ก็มีแต่คนขี้เครียดกันหมดแล้ว ขอตัวปล่อยมุขไว้แก้เครียดสักตัวสองตัวจะเป็นไรไป =w="
           
            
           
คราวนี้มาถึงคนที่ขาดไม่ได้ครับ ขาดไม่ได้เลยจริงๆ เพราะสำคัญกับเนื้อเรื่องนี้และหน่วยNGมากๆ จะเป็นใครไม่ได้เลย
พันเอก จอห์น มิคาเอล
     
user posted image
ชื่อแปลกใช่มั้ยล่ะ? จริงๆแล้ว ชื่อหน้าและหลังของมิคาเอล มีความหมายอยู่ครับ จอห์น หมายถึง พระผู้เป็นเจ้าคือความกรุณาสูงสุด และ มิคาเอล หมายถึง บุคคลผู้เปรียบดั่งพระเจ้า ซึ่งถ้าเอามารวมความหมายกันแล้ว นั่นก็คือ "บุคคลผู้มีความปราณีเทียบเคียงพระผู้เป็นเจ้า" นั่นเอง
ด้านบทบาทตัวละคร มิคาเอลนั้นเป็นหัวหน้าหน่วยผู้เต็มไปด้วยความสุขุมเยือกเย็น(จนถึงเย็นชาสุดๆ)และใช้เหตุผลเป็นหลัก ร๊อบส์นั้นมีความรู้สึกต่อต้านมิคาเอลมากครับ(เหตุผลจะยังไม่บอกว่าเพราะอะไร) และตัวของเขาเองก็เคยเป็นหนึ่งในทหารผู้ผ่านสงครามการกวาดล้างน็อปเมื่อ13ปีก่อนด้วย และได้กุมความลับอะไรหลายๆอย่างไว้ในตัว ด้านความสามารถในการต่อสู้ก็จัดว่าซุปเปอร์เนเชอรอลมากที่สุด ถึงขั้นว่า มนุษย์ไม่น่าจะมีความสามารถแบบนี้ได้..??? แต่ถึงอย่างนั้น มิคาเอลก็เป็นคนที่แคมรี่ใกล้ชิดด้วยมากที่สุด เพราะจริงๆแล้วเขาคือเด็กป๋านั่นเอง(555555+)
          
             
        
เรื่องราวข้อมูลของตัวละครหลักๆแบบละเอียด สามารถติดตามกันได้ที่หน้าของฟิค NG. The Networld Guardian เลยครับ แต่ตอนนี้ตัวฟิคเองผมได้ทำการหยุดไว้ก่อน เพื่อที่จะแก้ไขรายละเอียดหลายๆอย่างที่บกพร่อง(มากๆ)ตั้งแต่ต้นๆเรื่องไป แต่ยังไงก็ไม่ทิ้งแน่นอนครับ และอยากจะฝากให้เพื่อนๆทุกๆคน ติดตามกันไปเรื่อยๆนะครับ
        
ในอนาคตคิดว่าคงจะมีโอกาสได้พบกันอีกแน่นอน อาจจะไม่ใช่รูปแบบนี้ก็ได้ แต่ยังไงโปรเจ็คนี้ก็จะยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะทีละก้าวเล็กๆก็ตามครับ อันนี้ต้องขอขอบคุณเสียงตอบรับในช่วงแรกๆที่ฟิคแต่งมา ที่บอร์ดไทยวันพีซด้วย ที่ให้เสียงตอบรับดีมากๆ แต่หลังๆก็ยอมรับว่าเริ่มดองเค็มจนได้ที่ (จนถึงตอนนี้ด้วย =__=") ยังไงผมก็จะพยายามให้ดีที่สุดครับ อย่างน้อย ก็ขอให้โปรเจ็คนี้ถูกถ่ายทอดออกมาสู่สายตาทุกๆคน จะในรูปแบบไหนก็ยังดี....
      
      
แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้านะครับ!
     
     
    
ปล. เอ่อ... พอมานั่งคิดๆดู เหมือนเรากำลังแต่งฟิคแนวฮาเร็มเลยแฮะ - -"

NG File : 011 "ภาพถ่าย"

posted on 28 Jun 2009 19:49 by charmise  in FICTION
ที่ศูนย์บัญชาการNG เอมิลี่ที่กำลังนั่งติดตามจุดสัญญาณของร๊อบส์กับแคมรี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกอยู่ที่ห้องนาวิเกเตอร์ เมื่อเห็นจุดBUGที่เคยปรากฎบนหน้าจอในเขตแอเรีย11ของลอสแองเจลิสได้หายไปแล้ว นั่นแสดงว่าร๊อบส์ได้จัดการกับBUGตัวนี้ลงได้อย่างรวดเร็ว
แต่ทว่า...หญิงสาวผมน้ำตาลก็ยังไม่ได้คลายความกังวลไปซะทีเดียว เธอยังคงวิตกกังวลในเรื่องของแคมรี่อยู่ ที่จุดสัญญาณสีเหลืองของแคมรี่บนหน้าจอของเธอในตอนนี้ได้ดับหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะเดียวกัน ลูอิซ กับ สเตฟาน ที่อยู่ด้วยในห้องก็รู้สึกวิตกกังวลไปด้วยเช่นกัน
สเตฟาน - คุณเอมิลี่ สถานการณ์แบบนี้ให้พวกเราไปจัดการเถอะครับ !
/เด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงพูดขอขึ้นอย่างร้อนรนกับหญิงสาว แต่เธอก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับคำขอของเขา
เอมิลี่ - ไม่ได้หรอก ในสถานการณ์แบบนี้ มันเป็นเรื่องที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปก่อนไม่ได้ ฉันเองก็กังวลไม่แพ้พวกเธอเหมือนกัน แต่ว่า...
/ระหว่างที่หญิงสาวกำลังจะพูดต่อนั้นเอง ชายหนุ่มผมยาวสีเขียวอ่อนก็เดินแทรกเข้ามาและพูดขึ้น
ลูอิซ - ..แต่ผมคิดว่า ถ้าส่งพวกเราไปลงในพื้นที่เดียวกับแคมรี่ อย่างน้อย ถ้าเขากำลังเผชิญหน้ากับอาชญากรที่มีอาวุธร้ายกาจอยู่ในมือ พวกเราก็ยังจะช่วยเหลือกันได้นะครับ คุณเอมิลี่
/ลูอิซพูดขึ้นอย่างใจเย็นและมีเหตุมีผล ทำให้เอมิลี่อดชื่นชมในความคิดแบบผู้ใหญ่ของเขาไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้แต่เงียบและไม่สามารถจะอนุญาตให้ทั้งสองไปได้ จนกว่าจะได้รับคำสั่งมอบหมายจากพันเอกมิคาเอล ด้านสเตฟานก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าท่าทางที่เป็นกังวลและร้อนรนแบบอยู่เฉยๆไม่ได้ออกมา ลูอิซเองก็ได้แต่เก็บซ่อนความกังวลไว้ภายใต้ใบหน้าขาวๆที่ดูสงบนิ่ง
แต่ระหว่างนั้นเอง ขณะที่ทั้งสามกำลังอยู่ในสภาวะวิตกกังวลนั้น จู่ๆ ก็มีใครคนนึงเดินเข้ามาในห้องและเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างทั้งสามคน ไม่ใช่ใครที่ไหน แจ๊คนั่นเอง
แจ๊ค - กำลังกังวลอะไรอยู่เหรอครับ? คุณเอมิลี่..
/ชายหนุ่มผมสีดำพูดพลางใช้สองนิ้วขยับแว่นตาสีม่วงเข้มที่สวมอยู่ให้เข้าที่เล็กน้อย ทันทีที่เอมิลี่เห็นเขาก็แสดงสีหน้าที่หงุดหงิดออกมาอย่างอัตโนมัติ
เอมิลี่ - แจ๊ค? เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอสักหน่อยนะ !
แจ๊ค - ขอโทษด้วยครับ ได้โปรดอย่าโกรธผมเลยนะครับ คุณรุ่นพี่คนสวย
/แจ๊คกล่าวคำขอโทษที่ฟังดูไม่เต็มใจแถมยังปะปนกับสำนวนกระเซ้าเย้าแหย่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเธอมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพันโทหญิงก็เก็บอารมณ์ไว้ได้อย่างเฉียบขาด เพียงถอนหายใจเบาๆเฮือกเดียว
เอมิลี่ - อืมม์ ไม่เป็นไรหรอกนะ ว่าแต่มีอะไรงั้นเหรอ
แจ๊ค - ครับ คือว่า พันเอกมิคาเอลหายไปจากศูนย์บัญชาการน่ะครับ
/ทันทีที่ทุกคนได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มแว่นสีม่วงพูดขึ้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปในทันที เนื่องจากปกติแล้วมิคาเอลจะไม่เคยออกไปจากศูนย์บัญชาการเลยนอกจากเวลาหมดภารกิจหน้าที่ ทำให้ทั้งเอมิลี่ ลูอิซ และ สเตฟาน ต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
สเตฟาน - ว่าไงนะครับ !?
เอมิลี่ - คุณมิคาเอล... น่ะเหรอ? เกิดอะไรขึ้นนะ ?!
ลูอิซ - .....! หรือว่าพันเอกมิคาเอล..
เอมิลี่ - "(จริงสิ! บางทีคุณมิคาเอลจะรู้เกี่ยวกับที่อยู่ของแคมรี่ก็ได้ หรือว่า... คุณมิคาเอลกำลังจะไปช่วยแคมรี่อย่างนั้นเหรอ !!?)"
/หญิงสาวผมน้ำตาลนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จากคำพูดของพันตรีผมเขียวที่อยู่ข้างๆ ไม่แน่ บางทีสิ่งที่เธอคิดอยู่นี้อาจจะเป็นจริงก็ได้ !

-------------------------------------------------------------------

"NG" The Networld Guardian
File : 011
"ภาพถ่าย"

-------------------------------------------------------------------

แอเรีย30 ลอสแองเจลิส...
แคมรี่ - "(แย่ล่ะ!!)"
คาร์นาโด้ - ตาย !!!!!!!!!!
(เปรี้ยง!!!!!!!!)
/กระสุนไฮบริดบาซูก้าจากพรานรับจ้างอมหิตพุ่งทะยานเข้าไปที่ชายหนุ่มซึ่งถูกตรึงไว้ด้วยตาข่ายลำแสงอย่างรวดเร็ว แคมรี่ที่ขยับไปไหนไม่ได้ทำได้เพียงแต่จ้องมองกระสุนมหึมาที่กำลังพุ่งเข้ามาตรงหน้า ชะตากรรมของเขาจะต้องมาจบเพียงเท่านี้เองหรือ?
ไม่ทันที่จะสิ้นเสียงจากห้วงคำนึงของชายหนุ่มผู้กำลีงสิ้นหวัง จู่ๆก็มีวัตถุลึกลับบางอย่างที่ลุกโชนด้วยเปลวเพิ่งสีฟ้าพุ่งเข้ามาแทรกแสกกลางด้วยความเร็วสูง พร้อมกับทำลายกระสุนไฮบริดบาซูก้าที่กำลังจะคร่าชีวิตของพันโทหนุ่มจนเกิดระเบิดอย่างรวดเร็ว!
(ตูมม!!!!)
คาร์นาโด้ - อะไรกัน...
/หนุ่มผมน้ำตาลเข้มอุทานขึ้นอย่างประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่หนุ่มหน้าสวยผมน้ำเงินกลับรู้สึกคุ้นเคยกับการโจมตีเมื่อครู่นี้ ราวกับว่าเคยเห็นมาก่อนแล้วครั้งนึง...
แคมรี่ - "(การโจมตีแบบนั้น..... หรือว่า!!?)"
/เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นเป็นจังหวะ จนกระทั่งร่างซึ่งเป็นเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นหยุดอยู่ตรงหน้า สิ่งที่ไม่น่าเชื่อสายตาของแคมรี่ก็ปรากฎขึ้น ดวงตาสีแดงโลหิต ผมหยักศกสีทองอ่อนๆที่ยาวเลยต้นคอ รูปร่างสูงโปร่งในชุดไวท์สูทสีขาวเป็นกระโปรงยาวแบบพิเศษของหน่วยNG เจ้าของร่างนั้นก็คือ มิคาเอล นั่นเอง !
แคมรี่ - พันเอก มิคาเอล !!
คาร์นาโด้ - หึม์... จอห์น มิคาเอล หัวหน้าหน่วยNGงั้นรึ
/ชายหนุ่มผมน้ำตาลดำพูดชื่อของมิคาเอลได้อย่างถูกต้องราวกับรู้จักมาเป็นอย่างดี ยิ่งสร้างความรู้สึกประหลาดใจให้กับแคมรี่มากขึ้นไปอีกว่าเขารู้จักชื่อสมาขิกในหน่วยNGแม้แต่หัวหน้าหน่วยอย่างมิคาเอลได้อย่างไร
แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่ามิคาเอลจะไม่ได้มีปฎิกิริยาแสดงออกถึงความประหลาดใจแต่อย่างใด พันเอกหนุ่มผมทองเดินตรงเข้ามาและหยุดยืนตรงหน้าพรานรับจ้างชุดดำที่จ้องมองมาทางเขาด้วยสีหน้าที่เฉยเมย
มิคาเอล - .............
คาร์นาโด้ - ถอยไปซะ เป้าหมายของฉันไม่ใช่แก
/คาร์นาโด้ใช้คำพูดที่แข็งกระด้างใส่มิคาเอล โดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นใคร
มิคาเอล - ............. ฉันรู้ดี เป้าหมายของนายคือ คนที่อยู่ข้างหลังฉัน ใช่มั้ย?
/มิคาเอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชา แต่ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้แคมรี่ตกเป็นเป้าหมายของศัตรูตรงหน้าแต่อย่างใด
มิคาเอล - ฉันเคยรู้จักชื่อของนาย คาร์นาโด้ เปรุส นายเคยเป็นหนึ่งในเด็กที่อยู่ใน "เหตุการณ์เมื่อ13ปีก่อน" เมื่อตอนนั้น...
แคมรี่ - "(เอ๋.. เหตุการณ์เมื่อ13ปีก่อนนั่น... หมายความว่ายังไงกัน?)"
/แคมรี่ที่ถูกตรึงตาข่ายอยู่ที่กำแพงเมื่อได้ยินประโยคที่มิคาเอลพูดถึง "เหตุการณ์เมื่อ13ปีก่อน" ก็แสดงอาการประหลาดใจขึ้นมาทันที เพราะเขาเองก็เคยได้ยินถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่ไม่เคยรู้เรื่องราวข้อเท็จจริงว่าเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับอะไรกันแน่
คาร์นาโด้ - หึ หึหึหึหึ.... ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!
ใช่... ใช่สิ ยังจำได้อีกเหรอ? ฉันว่าฉันเกือบลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่สิ ไม่อยากจะจำเรื่องบ้าๆพรรค์นั้นซะมากกว่า
/ชายหนุ่มผมยาวพูดพร้อมหัวเราะลั่น หลังจากที่ได้ยินคำพูดของศัตรูที่มาขวางทางตรงหน้า มิคาเอลได้แต่จ้องมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกสมเพช
มิคาเอล - ทั้งที่พ่อของนายเองก็เป็นทหารผู้ทรงเกียรติ์ที่ต่อสู้จนตัวตาย ฉันไม่คิดเลยว่าลูกชายของเขากลับเติบโตมากลายเป็นพรานรับจ้างที่คอยไล่ฆ่าคนตามคำสั่งจาก"พระเจ้าจอมปลอม" ที่ไร้ซึ่งศีลธรรมแบบนี้
/ทันทีที่มิคาเอลสวนกลับด้วยคำพูดถึง "พระเจ้าจอมปลอม" หรือ "เงินตรา" สีหน้าของคาร์นาโด้ก็เปลี่ยนไปในทันที ขอบดวงตาสีทองจิกงุ้มพร้อมๆกับริมฝีปากล่างที่ถูกฟันบนขบกีดด้วยความโกรธกริ้วที่เกิดขึ้นมาในชั่ววูบ
คาร์นาโด้ - แกกำลังพูดจาดูถูกฉันอย่างนั้นเหรอ!! แกคิดว่าสิ่งที่ฉันทำนั่นทำเพื่อเงินอย่างเดียวงั้นหรือ!! แกเข้าใจผิดแล้ว!!!!!!
/ชายหนุ่มผมน้ำตาลดำง้างหมัดเข้าโถมใส่เจ้าของคำพูดเสียดแทงใจที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่รอช้า แต่เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น กำปั้นของเขาก็กลับไปอยู่ในฝ่ามือของพันเอกหนุ่มผมสีทองโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว ทันใดนั้นสภาวะรอบๆตัวของคาร์นาโด้ก็ถูกหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
คาร์นาโด้ - น.. นี่มันอะไรกัน!!?
มิคาเอล - ...........
/มิคาเอลไม่ตอบสิ่งใด เขาหลับตาลงและปล่อยมือจากหมัดของคาร์นาโด้ที่รับไว้เมื่อครู่นี้ ด้วยกิริยาที่สงบนิ่งและเย็นยะเยือกจนดูน่าหวาดกลัวอย่างสุดขีดของพันเอกหนุ่มผมสีทอง ยิ่งสร้างความรู้สึกกดดันอย่างน่าประหลาดขึ้นกับตัวของคาร์นาโด้ ชายหนุ่มจึงหาทางที่จะต่อต้าน เขาชักมีดสปาร์ต้าฟอร์ดไนฟ์จากปลอกขาออกมา ก่อนจะมุ่งตรงเข้าฟาดฟันใส่เป้าหมายตรงหน้า แต่สิ่งที่ปรากฎกลับเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น!
ไม่ว่าเขาจะพยายามจ้วงแทงใส่มิคาเอลเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี ภาพของชายผมสีทองหยักศกม้วนเป็นลอนในชุดสีขาวตรงหน้ายังคงแว่บหายไปมาตลอดเวลาที่เขาจู่โจมตรงเข้าไป
คาร์นาโด้ - บ้าน่า!! นี่มันอะไรกัน!
/ในช่วงเสี้ยววินาทีที่พรานรับจ้างหนุ่มกำลังสบถด้วยความประหลาดใจนั้นเอง จู่ๆสภาวะรอบๆตัวของเขาก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้งราวกับถูกผลักกระเด็นออกมาจากห้วงมิติแห่งความฝัน ทันใดนั้นร่างของคาร์นาโด้ก็ถูกแรงอัดมหาศาลผลักกระเด็นปลิวออกไปอย่างรุนแรง
(โครมมม!!!)
แคมรี่ - "(อะ แรงผลักนั่น!!)"
คาร์นาโด้ - อั๊ก!!?
/ชายหนุ่มผมน้ำตาลดำถูกไถลไปกับพื้นอย่างรุนแรง แต่ด้วยสัญชาตญาณของพรานรับจ้างที่เอาตัวรอดได้ดี เขาจึงตีลังกาทวนแรงกระแทกแล้วพยุงตัวขึ้นมาได้อย่างไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก
ด้านแคมรี่ที่ได้เห็นภาพของคาร์นาโด้ที่ถูกแรงผลักเมื่อครู่ ก็นึกขึ้นได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งนึงกับร๊อบส์ในตอนที่พวกเขาเข้าประชุมรายงานตัวที่ศูนย์บัญชาการและเกิดการปะทะกันเล็กน้อยเมื่อร๊อบส์ขัดขืนคำสั่งของมิคาเอลในตอนนั้น
คาร์นาโด้ - แก ถูกเด็ดชีพไปทั้งคู่เลยดีกว่า !!!!!!!
/พรานรับจ้างหนุ่มคว้ากระบอกปืนไฮบริดบาซูก้าไฟร์เบิร์ดออกมา ก่อนจะเล็งเป้ามาที่มิคาเอลและแคมรี่ที่อยู่ห่างออกไป และ
(เปรี้ยงงงงง-----!!!!!!!!!!!!!!)
กระสุนบาซูก้ามหึมาถูกยิงตรงเข้ามาที่เป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปทั้งสองคน แต่ในชั่วขณะนั้นเอง พันเอกหนุ่มก็กระโจนเข้าไปกระชากกระสุนปืนดาบที่ปล่อยลำแสงตาข่ายล็อคตัวแคมรี่ออกไป ก่อนจะชิงตัวพันโทหนุ่มออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับแรงระเบิดที่ดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้งแอเรีย
(ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!)
...และเมื่อแรงระเบิดจางหายไป ทั้งมิคาเอลและแคมรี่ก็ได้หายไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว เหลือไว้เพียงแต่สีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของพรานรับจ้างหนุ่มผมยาวที่พลาดพลั้งจากการกำจัดเป้าหมายคือชายหน้าสวยที่ถูกช่วยไปนั้นเอง
คาร์นาโด้ - .... ฉิห์ !!
/คาร์นาโด้ส่งเสียงแสดงความไม่สบอารมณ์ออกมาจากในลำคอ ก่อนที่อีกไม่นาน พรานรับจ้างในชุดคลุมยาวสีดำจะเดินจากไปอย่างผิดหวังกับเป้าหมายที่กำจัดไม่สำเร็จ

-------------------------------------------------------------------

กลับมาทางด้านร๊อบส์ หลังจากที่กำจัดBUGที่ออกอาละวาดในแอเรีย11ลอสแองเจลิสเรียบร้อยแล้ว ก็รีบเดินหน้าออกตามตัวอานาชี่ต่อโดยสะกดรอยตามจากร่องรอยการทำลายที่AIแบล๊คไฮดร้าทิ้งไว้นั่นเอง ใช่แล้ว เพราะเขากำลังสงสัยว่าBUGเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ก็คือฝีมือของอานาชี่นั่นเอง
พิกัดเป้าหมายแสดงขึ้นอยู่บนหน้าจอ อีกเพียง24กิโลเมตรก็จะถึงเขตแอเรีย63ซึ่งอยู่ถัดออกไปไม่ไกลนัก ร๊อบส์จึงเร่งการคับเคลื่อนแบล๊คสปิริทเต็มกำลัง และในที่สุดเขาก็ได้มาถึงหน้าแอเรีย63ของลอสแองเจลิสแล้ว...
ร๊อบส์ - ... เงียบสงบ
/พันโทหนุ่มผมสีเทาเปรยขึ้นขณะหันมองไปรอบๆ สภาพแวดล้อมของแอเรียนี้ดูจะสงบสุขมากกว่าแอเรียอื่นๆที่ผ่านมาในลอสแองเจลิส ทั้งเสียงระเบิดและรถหวอก็ไม่มีดังขึ้นในที่แห่งนี้ แต่กลับกัน แอเรีย63แห่งนี้กลับเงียบสงบจนเกินไปราวกับเป็นเมืองร้างสมัยยุคคาวบอยเมื่อหลายพันปีก่อน... แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกผิดสังเกต นั่นคือละอองควันอ่อนๆที่ลอยมาจากที่ไหนสักแห่งในแอเรียนี้ จนก่อเกิดเป็นหมอกจางๆสร้างบรรยากาศที่ลึกลับในช่วงบ่ายแก่ๆแบบนี้
ร๊อบส์ - ..... !!? "(กลิ่นนี่ !?)"
/กลิ่นของเลือดที่ลอยปะปนมาตามหมอก!... ทันทีที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้าตรงเข้าไปภายในแอเรียอย่างรวดเร็วราวกับหมาป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ทันใดนั้นเอง เมื่อร๊อบส์มาถึงภายในส่วนกลางของแอเรีย เขาก็พบกับควันเพลิงไหม้มหาศาล พร้อมกับซากรถตำรวจและตึกอาคารที่ถูกยิงกระจกแตก เศษอวัยวะของคนตายกองเกลื่อนกลาดไปทั่วอาณาบริเวณ กลิ่นเหม็นคาวเลือดลอยฟุ้งไปจนทั่ว
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นใครคนนึงยืนอยู่ห่างออกไป.. ใช่แล้ว นั่นคือ อานาชี่ นั่นเอง
ร๊อบส์ - อานาชี่ แล็คคอน.. นี่แก !
อานาชี่ - ว่ายังไง ร๊อบส์ สเป็นสัน ฉันรอแกมานานแล้ว ในที่สุดก็มาจนได้สินะ !
(ปั้งๆๆๆ!!!!!!)
/แรกเริ่มเปิดฉากมาไม่ทันไร อาชญากรหนุ่มผมเขียวก็ทักทายด้วยกระสุนปืนจากแขนที่แปรสภาพเป็นรูปแบบงูของตน ทำเอาร๊อบส์ไม่ทันได้ตั้งตัวหลบ โชคยังดีที่แบล๊คสปิริทเลี้ยวหักโค้งเข้ามากันกระสุนไว้ได้ทัน แต่นั่นก็ทำให้มันต้องแตกสลายหายไปเพราะเกิดรอยเสียหายรุนแรงขึ้นที่ตัวเครื่อง ระบบจึงทำการเก็บไฟล์เข้าไปในรูปเดิม
แต่ถึงอย่างนั้นร๊อบส์ก็ไม่ได้มีท่าทีที่แสดงถึงการสูญเสียความมั่นใจแต่อย่างใด เขาจ้องมองดูอาชญากรที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ตรงเขม็งและเย็นยะเยือก
ร๊อบส์ - ฉันพลาดแกไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง
อานาชี่ - หึ ไล่กรวดกันแบบกัดไม่ปล่อยเลยนะ รู้แบบนี้ตอนแรกฉันยิงแกให้พรุนไปซะ ก่อนที่แกจะตกลงไปจากตึกนั่นก็คงจะดี
/อาชญากรหนุ่มผมเขียวพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูใจเย็นขึ้น ก่อนจะค่อยๆเดินตรงเข้าไปที่บุคคลซึ่งอยู่ข้างหน้าอย่างช้าๆ
ร๊อบส์ - ..... "(ทำไมดูมันใจเย็นขึ้นกว่าแต่ก่อนนี้นะ...)"
/ร๊อบส์คิดในใจระหว่างที่กำลังมองดูบุคคลที่กำลังเดินเข้ามาและหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูใจเย็นมากกว่าตอนก่อนนี้ ทำให้เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในดวงตาสีเหลืองอัมพันของอาชญากรหนุ่มตรงหน้า
อานาชี่ - หึ... อยากรู้มั้ยล่ะ เหตุผลที่ฉันเกลียดชังพวกมนุษย์อย่างแกน่ะ
/อานาชี่พูดขึ้นอย่างน่าแปลกใจ ทั้งๆที่ในเวลาแบบนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่เขาควรจะเข้าจู่โจมจัดการกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าอย่างร๊อบส์ ด้านชายหนุ่มผมเทากลับเงียบ และไม่ได้ตอบอะไร
ร๊อบส์ - .........
อานาชี่ - เพราะพวกมนุษย์ มันได้พรากเอาชีวิตของคนรักฉันไป...
/เมื่อสิ้นประโยคน้ำเสียงที่ฟังดูขมขื่นของอาชญากรหนุ่มผมเขียว ก็ทำให้ชายหนุ่มที่มีนิสัยเย็นชาและแข็งกระด้างมีสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไปในทันที
ร๊อบส์ - คนรักงั้นเหรอ....?
อานาชี่ - ใช่... แคธรีน่า.. คือคนรักคนเดียวของฉัน ทั้งๆที่เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมาตลอด... แต่ วันหนึ่ง พวกมนุษย์เลวๆอย่างพวกแกมาทำลายความรักของฉันกับเธอจนพังทลายสิ้น !!
/อานาชี่พูดด้วยน้ำตาที่ไหลคลออาบแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาสีเหลืองอัมพันเผยความโศรกเศร้าที่เคียดแค้นออกมา
อานาชี่ - มนุษย์น่ะสมควรตายแล้ว! เหมือนกับที่พวกมันเคยทำไว้กับแคธรีน่าไง หึ หึ หึ หึ หึ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!
/ชายหนุ่มพูดพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ แต่ไม่ทันไร ประกายดาบลำแสงสีขาวของร๊อบส์ก็พุ่งกระซวกเข้าตัดแขนขวาที่ถือปืนของเขาขาดกระเด็นออกอย่างไม่ทันตั้งตัว
อานาชี่ - อั๊ก..!!? แก....?!
ร๊อบส์ - แกบอกว่ามนุษย์สมควรตาย แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นเลย เพียงแค่คนรักคนเดียวของตัวเองถูกมนุษย์ฆ่าตาย ก็ต้องฆ่ามนุษย์คนอื่นที่อยู่ในโลกนี้ไปด้วย ความคิดแบบนั้นคือความคิดที่โง่เง่ามากกว่า !
/ชายหนุ่มผมเทาพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะมุ่งกลับเข้าไปฟาดฟันลำแสงจากดาบไลท์เซเบอร์ใส่ร่างของอานาชี่อย่างรวดเร็ว
(ชิ้ง!!!)
ดาบลำแสงสีขาวตัดผ่าท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกกระชากออกมาจากกำแพงอาคารข้างๆ ซึ่งเหวี่ยงเข้ามาเป็นเป้าหมายแทนที่ตัวของอานาชี่ ก่อนที่เขาจะปรากฎตัวขึ้นอีกทีที่ด้านหลังของร๊อบส์
อานาชี่ - หึ พูดอย่างนั้นมันก็ได้สิ!
(ครืด!!)
/แขนซ้ายของอานาชี่กลายสภาพเป็นรูปแบบน็อป รวมไปถึงร่างกายซึกซ้ายทั้งหมดของเขาก็เช่นกัน ดวงตาข้างซ้ายของอานาชี่ก็ได้เปลี่ยนไปกลายเป็นดวงตาสีเหลืองทั้งดวงราวกับอสรพิษร้าย ทันใดนั้นฝ่ามือข้างซ้ายที่มีรูปร่างคล้ายหัวงูได้ระดมกระสุนสาดเข้าใส่ศัตรูของเขาอย่างไม่ยั้ง
(ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง ๆ ๆ  ๆ ๆ ๆ !!!!!!!!)
กระสุนนับร้อยถูกระดมเข้าใส่ร๊อบส์ พันโทหนุ่มพยายามกระโจนหลบหลีกอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนพื้นที่ๆเขาจะหลบหลีกนั้นยิ่งจำกัดเข้าไปทุกที
อานาชี่ - พวกมนุษย์ ไม่ว่ายังไงมันก็พูดเข้าข้างกันเองทั้งนั้นแหละน่ะ!! และพวกคนของทางการอย่างแกก็เหมือนๆกัน!!!
/อาชญากรหนุ่มพูดพลางสาดกระสุนใส่เป้าหมายตรงหน้าไปพลาง ด้านร๊อบส์เองเริ่มลำบากต่อการหลีกเลี่ยงกระสุนที่ระดมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ในที่สุดเขาก็พลาดท่าถูกยิงเข้าที่แขนซ้ายซึ่งจับดาบอยู่ ทำให้ดาบไลท์เซเบอร์หลุดออกจากมือของพันโทหนุ่มในทันใด
(แกร๊ง...!)
เมื่อปราศจากอาวุธต่อสู้แล้ว กอปรกับอาการบาดเจ็บที่แชนซ้าย ร๊อบส์ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือของอานาชี่นั่นเอง และที่แย่กว่านั้น แขนซ้ายที่ถูกตัดขาดไปของอาชญากรผมเขียวได้งอกขึ้นมาใหม่ ขณะที่แขนเก่าซึ่งตกอยู่กับพื้นก็ได้สลายหายไป ราวกับการลอกคราบของงู ซึ่งนี่คือคุณสมบัติอย่างหนึ่งของNOHP-DNAที่อยู่ในตัวของเขา
ร๊อบส์ - "(อึก...!?)"
อานาชี่ - หึ วิ่งได้วิ่งดี เหมือนกับหมาลอบกัดซะจริงๆ... แต่สุดท้าย มนุษย์ก็คือมนุษย์ แกจบตรงนี้แหละ
/อานาชี่พูดพลางง้างศอกเล็งฝ่ามือรูปหัวงูข้างซ้ายเข้าใส่ชายหนุ่มผมสีเทาตรงหน้าซึ่งกำลังเจ็บปวดจากบาดแผลขนาดใหญ่ที่แขนซ้าย ดวงตาข้างซ้ายที่เป็นของอสรพิษได้เบิกกว้างขึ้นแลดูอมหิต พร้อมที่จะลั่นกระสุนใส่เป้าหมายตรงหน้าเต็มที
ร๊อบส์ - แกคิดผิดแล้วล่ะ !
/แต่แล้วจู่ๆ ชายหนุ่มผมเทาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแข็งกร้าวไม่สะทกสะท้านต่อความเจ็บปวดแม้แต่นิด ก่อนที่เขาจะปล่อยมือที่ปิดแผลที่แขนซ้ายออก และปรากฎสิ่งที่ไม่น่าเชื่อต่อสายตาของอาชญากรตรงหน้า! นั่นคือบาดแผลขนาดใหญ่ของเขาเมื่อครู่ จู่ๆก็กลับหายเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย!
อานาชี่ - อะไรกัน!?
ร๊อบส์ - สิ่งที่แกได้เห็น บางครั้งก็ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดเสมอไปเหมือนกัน
/ร๊อบส์ดีดตัวกระโจนขึ้นข้ามผ่านศีรษะของอานาชี่ไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับเสียบมินิดิสก์สีฟ้าใสลงไปที่เกราะทริคเคิลที่แขนขวา แต่คราวนี้เขาเลือกโหมดอาวุธเป็นสนับมือลำแสง
"เรียบร้อย!"
เพียงชั่วพริบตาเดียว สนับมือสีขาว "Snuckle" (สนัคเคิล) ก็ได้ปรากฎขึ้นสวมใส่เข้ากับหมัดขวาซึ่งสวมเกราะทริคเคิลอย่างรวดเร็ว เพียงร๊อบส์กำหมัดเบาๆเท่านั้นลำแสงทรงกระบอกขนาดความยาวประมาณ 15 ซม. ก็ปรากฎออกมาจากขั้วสนับทั้ง3รู พันโทหนุ่มไม่รอช้าวิ่งเข้าจู่โจมเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าด้วยหมัดขวาอย่างรวดเร็วทันที
(ควับ!!!!)
อานาชี่ - !!?! (*ดีดตัวหลบ*) หึ!? เห็นทีฉันจะต้องกำจัดแกให้ตายอย่างทุเรศทุรังซะแล้วสิ!
(คว้าง !!!)
/อาชญากรอสรพิษเมื่อเห็นศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเริ่มเอาจริง ก็ตัดสินใจใช้รูปแบบน็อปที่สมบูรณ์ของตนหรือ อบิลิตี้โหมด ซึ่งทำให้ร่างกายของเขานั้นเปลี่ยนสภาพไปทั้งหมด ทุกส่วนของเขาแปรสภาพและถูกห่อหุ้มอตอมสี่เหลี่ยมโปร่งแสงที่ลายสภาพไปเป็นเกราะเหล็กสีเขียวมีลวดลายเหมือนเกล็ดงู แขนทั้งสองข้างจากที่เคยมีลักษณะคล้ายคองูกลับเปลี่ยนไปเป็นลักษณะคล้ายกับหางงูอินฟาเรดสีเขียวโปร่งแสง เช่นเดียวกับขาทั้งสองข้าง และดวงตาทั้งสองข้างของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานของร่างอบิลิตี้โหมดในที่สุด
ร๊อบส์ - อบิลิตี้โหมดรึ...
อานาชี่ - แกทำให้ฉันเสียเวลามามากพอแล้ว มันควรจะจบสำหรับแกตรงนี้!! (ขวับ!!)
/อาชญากรในร่างอสรพิษเต็มขั้นเหวี่ยงแขนที่เป็นดั่งแส้ขนาดใหญ่เข้าใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็พลาด ร๊อบส์กระโดดหลบได้อย่างคล่องแคลว ในแววตาของเขานั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นเต้นเลยแม้แต่นิด แส้ห้างงูขนาดใหญ่จึงฟาดเข้าไปทำลายกำแพงตึกข้างๆจนแตกกระจายเป็นรอยทางยาวแทน
(โครม!!)
อานาชี่ - คิดว่าจะหนีพ้นอย่างนั้นรึ !!!
(ขวับ!! ตูมมมมมมมม!!!!)
/อานาชี่ฟาดแขนอีกข้างเข้าโจมตีร๊อบส์อีกรั้ง ซึ่งตำแหน่งที่โจมตีไปนั้นเป็นถังเตาพลังงานไฟฟ้าพอดี จึงเกิดเป็นแรงระเบิดดังสนั่นขึ้นในทันที เปลวเพลิงจากแรงระเบิดลุกไหม้และมีลูกไฟแตกกระจายไปทั่วบริเวณ
อานาชี่ - หึหึหึหึ! จบกันซะทีสินะ สุดท้ายก็ตายง่ายๆแบบนี้เลย.. ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
/อาชญากรในร่างอสรพิษหัวเราะพูดกับตัวเองอย่างสะใจ แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเลย มัเงาบางอย่างลอยตัวโฉบมาจากด้านหลังของเขา
"ยังซะหน่อย"
เมื่อสิ้นเสียงที่แว่วมาจากด้านหลังนั้น อานาชี่ในร่างอบิลิตี้โหมดก็หันหลังกลับไปมองทางต้นเสียง ปรากฎเงาสีดำลึกลับที่ประกายแสงสีแดงออกมาจากดวงตา แลดูราวกับเงาของหมาป่าขนาดใหญ่ แต่ไม่นานนักเงานั้นก็หายไป และปรากฎเป็นร่างของชายที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว ร๊อบส์นั่นเอง
ร๊อบส์ - ฉันอยู่นี่ตะหาก!!!
อานาชี่ - บ้าน่า!!?
/ชายหนุ่มผมเทาพุ่งเข้ามาหาเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับประเคนหมัดขวาที่สวมใส่สนับมือเข้าใส่เต็มๆ ลำแสงทรงกระบอกสีขาวกระแทกร่างของอสรพิษสีเขียวจนเกิดรอยแตกร้าวเป็นบาดแผลที่เรียกว่า"รังผึ้ง"ขนาดใหญ่ที่กลางตัว ซึ่งเป็นบาดแผลสาหัสที่ไม่สามารถสมานได้ สร้างความเจ็บปวดให้กับอานาชี่ที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวในขณะนั้น
อานาชี่ - แก....!!!
/อาชญากรหนุ่มร่างอสรพิษเผยความเกรี้ยวกราดออกมา พร้อมๆกับสะบัดลิ้นจักรกลรูปร่างคล้ายกรรไกรเข้าจู่โจมเป้าหมายคือชายหนุ่มตรงหน้า แม้ว่าในการโจมตีครั้งแรกร๊อบส์จะสามารถหลบได้ แต่ด้วยการควบคุมที่อิสระของลิ้นจักรกลทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วราวกับเป็นสิ่งมีชีวิต คมกรรไกรหมุนวนตีกลับด้านเข้ามาเฉือนถูกเอวของพันโทหนุ่มเข้าอย่างจัง เลือดสีแดงสาดกระเซ็นออกมาจากชุดนักรบสีขาวทันที
ร๊อบส์ - !!?!?
/ไม่ทันที่พันโทหนุ่มจะได้ตอบโต้ใดๆ ก็ถูกแขนอินฟาเรดของน็อปร่างเขียวเข้าหวดและเฆี่ยนร่างกายอย่างรุนแรงและติดต่อกันจนหมุนปลิวลอยกลางอากาศ ก่อนที่แขนอินฟาเรดที่ยาวเหมือนกับแส้นั้นจะฟาดร่างของเขาให้ปลิวลอยขึ้นไปบนฟ้า แรงกระแทกพาร่างของชายหนุ่มผมเทาให้ลอยสูงขึ้น แส้หางงูสีเขียวสุกสว่างยืดตัวออกแล้วพุ่งตรงขึ้นตามไปหาร่างที่ลอยอยู่ และ...
(ฉัวะ--!!!)
ปลายแหลมๆของแส้หางงูที่เปรียบเสมือนมือและอาวุธที่ร้ายกาจได้แทงทะลุร่างของร๊อบส์บนกลางอากาศอย่างจัง เลือดสีแดงเข้มของชายหนุ่มพุ่งกระฉูดออกมาจากร่างของเขาทันที ชุดมิสสูทสีขาวถูกย้อมด้วยสีเลือดแดงสดจนแทบจำไม่ได้
ดวงตาสีแดงของอสรพิษร้ายเปล่งประกายสีแดงฉาน ลิ้นจักรกลสองแฉกที่ปั่นหมุนจนกลายเป็นใบเลื่อยขนาดใหญ่ เตรียมปลิดชีพเหยื่อที่ถูกเล่นงานจนไร้ทางสู้
อานาชี่ - ตาย!!!!!!!!
/อาชญากรผู้บ้าเลือดกระชากแขนที่ยังเสียบคากลางลำตัวของพันโทหนุ่มให้ดึงกลับลงมาอย่างรวดเร็ว กรรไกรเหล็กไหลที่กลายเป็นใบเลื่อนคมกริบก็แล่นเข้ามาจู่โจมร่างที่ถูกเสียบอยู่เบื้องหน้า แต่ไม่ทันที่ใบเลื่อยมรณะจะเข้ามาปลิดชีพของชายหนุ่มผมเทา จู่ๆฝ่ามือของเขาก็จับล๊อคแขนของน็อปร่างเขียวไว้ ทันใดนั้น!
(ฉึบบบบ!!!!!!)
เสียงใบเลื่อยจักรกลพุ่งเข้าตัดผ่าสิ่งๆหนึ่งไป แต่กลับไม่ใช่ร่างของ ร๊อบส์ สเป็นสัน แต่อย่างใด แต่มันคือแขนข้างขวาของตัวอานาชี่เอง!
อานาชี่ - นี่แก!!?
/แล้วพันโทหนุ่มก็อาศัยจังหวะนี้พุ่งถลาเข้าประเค็นลูกถีบเข้าใส่หน้าของอาชญากรในร่างอสรพิษร้ายจังๆหนึ่งที แล้วตามด้วยหมัดขวาที่ติดตั้งสนับมืออีกครั้งอย่างรวดเร็งและรุนแรง
(โครมมมมม!!!!!!!)
ร่างของอาชญากรสีเขียวถูกแรงกระแทกมหาศาลผลักกระเด็นพุ่งลงมาหัวทิ่มกับพื้นด้านล่าง ไม่พอเท่านั้นแรงดันมหาศาลยังพาร่างของเขาไถลไปกับพื้นถนนจนเป็นรอยทะลวงลึกกว่า 5 ฟุท
อาชญากรหนุ่มบาดเจ็บสาหัสจนสูญเสียกำลังในการใช้อบิลิตี้โหมด คืนร่างกลับเป็นชายหนุ่มผมเขียว อานาชี่ แล็คคอน ตามเดิม
(ตึก ตึก ตึก ตึก........)
อานาชี่ที่ใบหน้ามีแต่เลือดไหลนองเหลือบหันไปมองดูร่างที่เดินมาทางตน เป็นภาพที่เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยว่า คนที่ตนได้อัดใส่แทงทะลุขนาดนั้นจะยังคงมีพลังมากพอที่จะต่อสู้กับตนได้อย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านในบาดแผลเลยแม้แต่น้อย...
อานาชี่ - นี่แก..... เป็นตัวอะไรกันแน่....!!
ร๊อบส์ - .....แกน่ะหมดแรงที่จะสู้ต่อแล้ว... ยอมมอบตัวซะเถอะ
อานาชี่ - ไม่... ไม่มีทาง...!!
/ชายหนุ่มผมเขียวกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้น เมื่อเขาจดจ้องไปที่มือขวาของพันโทหนุ่มที่ยังสวมสนับมือ ความรู้สึกเคียดแค้นต่อมนุษย์ยิ่งทวีคูณ ภาพความทรงจำที่เจ็บปวดในอดีต ภาพของหญิงสาวอันเป็นที่รักของเขาที่ถูกมนุษย์ฆ่าอย่างเหี้ยมโหด...
ภาพของอาวุธลำแสงรูปร่างคล้ายกงเล็บที่ทิ่มแทงกลางอกของแคธรีน่า ภาพเหล่านั้นได้ย้อนกลับเข้ามาในสมองของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น
อานาชี่ - ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็ไม่มีทาง... ที่จะยอมก้มหัวให้กับพวกมนุษย์งี่เง่าเด็ดขาด! มันเป็นสิ่งที่ฉันสาบานไว้กับแคธรีน่าแล้ว !!!!! (ครืดดด...)
/อานาชี่รวบรวมกำลังที่เหลือทรงตัวลุกขึ้นพร้อมกับแปลงสภาพร่างกายซีกซ้ายของตนให้เป็นรูปแบบงูเช่นตอนแรกอีกครั้ง ก่อนจะดีดตัวห่างออกจากจุดเดิม แขนซ้ายที่แปรสภาพเป็นหัวของอสรพิษอ้าปากออกกว้างอีกครั้ง พร้อมกับเล็งมาที่ร๊อบส์ที่ยืนอยู่ห่างออกไป ท่ามกลางเปลวเพลิงในบริเวณรอบๆที่ลุกโชนอย่างโหมกระหน่ำ
อานาชี่ - ไม่ว่ายังไง ฉันก็ต้องกำจัดแก... และต่อไปก็จะไม่มีใครหยุดฉันได้อีก
ร๊อบส์ - ...แน่ใจหรือ ว่าที่แกกำลังทำคือสิ่งที่ถูกแล้วน่ะ....?
อานาชี่ - หึ... มันแน่นอนอยู่แล้ว!! และชีวิตของแกเองก็ควรจะจบลงตรงนี้แหละ! ร๊อบส์ สเป็นสัน!!!!!!!
(ปั้ง ๆ  ๆ ๆ ๆๆ ๆๆ------!!!!!!!!!)
/สิ้นเสียงตะโกนเรียกชื่อของศัตรูที่อยู่ตรงหน้า กระสุนนับสิบนับร้อยนัดได้ระดมยิงเข้าไปยังเป้าหมายในทันที แม้ว่าพันโทหนุ่มจะสามารถหลบหลีกได้ แต่กระสุนก็ยังคงกราดยิงอย่างไม่ยั้งราวกับความบ้าคลั่งของอสรพิษที่กำลังจะจัดการกับเหยื่อ
ด้านร๊อบส์เริ่มจะตีวงเข้าประชิดตัวของอานาชี่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะเข้าไปถึงตัวของอาชญากรผู้บ้าคลั่ง กระสุนนับสิบก็สาดเข้ามาที่เขาในทันใด ชายหนุ่มผมเทาอาศัยจังหวะนี้ต่อยหมัดขวาลงที่พื้นอย่างแรง ลำแสงสนับมือกระแทกพื้นถนนจนแตกกระจายขึ้นมาเป็นกำแพงกันกระสุนไว้ได้ทัน
(เปรี้ยง!!!!!)
แต่ถึงอย่างไรก็ตามกำแพงปลอมๆที่เกิดจากพื้นถนนก็ไม่อาจจะใช้ต้านทานห่ากระสุนจำนวนมากที่ระดมมาได้นานนัก ร๊อบส์จึงไต่กระโดดจากซากพื้นถนนนี่ไปหาตัวอานาชี่โดยตรง พร้อมกับประเคนลูกเตะตัดลำตัวกลางอากาศใส่อย่างจัง
อานาชี่ - (ผัวะ!!! *กระเด็น*) อั้ก!... แก--!!!!! (ขวับ!!)
/อาชญากรผมเขียวสะบัดแขนซ้ายที่สามารถยืดออกได้อย่างอิสระเข้าใส่พันโทหนุ่ม แต่ก็พลาด ร๊อบส์กระโดดหลบได้อย่างรวดเร็วทันควัน ก่อนจะดีดตัวกลางอากาศอย่างไม่รอช้า แล้วพุ่งเข้าไปซัดอานาชี่ด้วยสนับมือลำแสงอย่างจัง อาชญากรผมเขียวในร่างครึ่งอสรพิษถูกแรงกระแทกจากลำแสงสีขาวทรงกระบอกผลักให้ล้มลงไปกับพื้น ในช่วงจังหวะนี้ ร๊อบส์จึงถอดสนัคเคิลโยนทิ้งไป ก่อนจะหยิบมินิดิสก์สีฟ้าออกมาและใช้ระบบแอพลิเคชั่นไม้ตาย "บลูแคร๊ช" เพื่อเป็นการปิดฉาก
"เชื่อมต่อข้อมูล...เรียบร้อย!"
"BLUE CRASH !!!"
เมื่อสิ้นเสียงระบบทำงาน ที่หมัดขวาที่สวมใส่ทริคเคิลของร๊อบส์ก็เกิดประกายแสงสีดำขึ้น ก่อนที่แสงเล่านั้นจะก่อตัวซ้อนกันเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นลำแสงสีฟ้าที่ห่อหุ้มหมัดของชายหนุ่มไว้ ระหว่างนั้น อสรพิษร้ายก็ลุกขึ้นมาและเตรียมจ่อปืนระดมกระสุนใส่พันโทหนุ่มพอดี ทั้งใดนั้นทั้งคู่ก็กระโจนเข้าหากัน!
อานาชี่ / ร๊อบส์ - ย๊ากกกกกกกก!!!!!!!! / หึ้ม !!!
(โครมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!)
แรงอัดมหาศาลในระยะประชิดจากหมัดลำแสงสีฟ้าประกายดำได้ซัดร่างของอสรพิษร้ายกระเด็นไปชนกับกำแพงตึกอย่างรุนแรงจนเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ที่ตัวอาคาร
อานาชี่ - อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!!!!? (ตูมมมมม!!)
/แรงกระแทกมหาศาลก่อเกิดเป็นแรงระเบิดซ้ำที่ร่างของชายหนุ่มอย่างแรง บาดแผลรังผึ้งที่กลางลำตัวของเขาเริ่มจะลุกลามมากขึ้นและเกิดประกายแสงสีแดงก่อนจะค่อยๆแตกตัวเป็นจุดสีดำๆไปทั่วร่างของเขา..
อานาชี่ - ทำไม.... ทำไมกัน!!!....... สุดท้ายแล้ว.. น็อปก็ต้องถูกพวกมนุษย์เหยียดหยามตลอดไปงั้นหรือ?.... หึ! ทุเรศ... ทุเรศสิ้นดี!!
ร๊อบส์ - ....
/เมื่อสิ้นเสียงรำพึงรำพันด้วยความเจ็บปวดและอาฆาตแค้นของอาชญากรหนุ่มผมเขียว ร่างกายส่วนต่างๆของเขาก็เริ่มแยกส่วนออกเป็นโมเลกุลลูกบาศก์ และค่อยๆแตกสลายไปทีละส่วนๆอย่างน่าเวทนา
อานาชี่ - "(พวกมนุษย์..... มันช่างน่าเวทนาจริงๆ.... แกเองก็น่าเวทนา...... ไม่ต่างกับพวกมนุษย์นักหรอก! หึหึหึ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า-------!!!!!!!!!!!)"
/ดวงตาที่ดูพยาบาทของชายหนุ่มผู้ใกล้สูญสลายจดจ้องไปที่บุคคลซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปข้างหน้า ก่อนจะสิ้นเสียงในความคิด และลมหายใจของเขาก็ค่อยๆแห้งเหือดไป พร้อมๆกับร่างกายที่แหลกสลายหายไปในอากาศในไม่ช้า...

เมื่อการต่อสู้จบลง เหลือเพียงร๊อบส์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองเปลวเพลิงที่ล้อมอยู่รอบๆตัวเขาในชุดมิสสูทสีขาวเปรอะคราบเลือด ภารกิจของเขาเสร็จสิ้นแล้ว...
แต่ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินจากไปนั้น ก็มีแผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆปลิวลอยมาตกลงที่พื้น ร๊อบส์จึงหยุดและเหลียวกลับไปมองสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง... มันคือรูปถ่ายของหญิงสาวผมสีน้ำตาลคนนึงกับชายหนุ่มผมเขียว ซึ่งก็คืออานาชี่..
นี่คงจะเป็นรูปถ่ายของเขากับแคธรีน่าคนรักของเขานั่นเอง ชายหนุ่มผมเทาได้แต่จดจ้องที่รูปภาพนั้นด้วยแววตาที่โศรกเศร้า กอนที่ไม่นานนักเศษเปลวเพลิงที่ปลิวกระเด็นออกมาจากในบริเวณจะตกลงบนรูปภาพ และแผดเผาภาพของคู่รักหนุ่มสาวคู่นี้จนสลายกลายเป็นเศษธุลีล่องลอยหายไปในอากาศ.....
ร๊อบส์ - .............
/ชายหนุ่มได้แต่ยืนสงบนิ่งอยู่กับที่ราวกับเป็นการไว้อาลัยให้กับชายที่เขาได้จัดการไปตามหน้าที่ ก่อนที่อีกไม่นานเสียงไซเร็นรถตำรวจและหน่วยดับเพลิงจะดังขึ้น
ร๊อบส์ - "ภารกิจเสร็จสิ้น"
/ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายภารกิจด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจืดชา ก่อนจะเรียกแบล๊คสปิริทออกมาและขึ้นขี่หายออกไปจากแอเรีย63ลอสแองเจลิสแห่งนี้...

-------------------------------------------------------------------

ที่ศูนย์บัญชาการณ์ NG มิคาเอลได้คอยติดตามดูการปฎิบัติภารกิจของร๊อบส์มาตลอดจนจบ และเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณการจบภารกิจของชายหนุ่มผมเทา พันเอกหนุ่มก็ปิดสัญญาณการจับภาพบนหน้าจอลง และไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ
มิคาเอล - "(นี่ไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการอย่างแท้จริง... ร๊อบส์ สเป็นสัน...)"
/ชายผมทองกล่าวประโยคสั้นๆขึ้นในห้วงความคิดของตน ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างกระจกใส พร้อมกับมองดูแสงดวงตะวันยามลับลาจากขอบฟ้าที่แลดูเป็นสีส้มเข้ม ราวกับท้องฟ้าในยามกลางวันกำลังจะดับสิ้นลงในไม่ช้า พลางเหลือบดวงตาสีแดงเพลิงมองไปยังใบหน้าที่แลดูคล้ายหญิงสาวของชายหนุ่มผมน้ำเงินที่นอนหลับอย่างไร้สติอยู่บนเตียงพักที่มุมห้อง

-------------------------------------------------------------------

ที่ห้องพักของร๊อบส์
(ซ่า........)
เสียงผักบัวฉีดน้ำดังเป็นจังหวะดังสายฝน ชายหนุ่มอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายของตัวเอง บาดแผลต่างๆตามตัวดูเหมือนเริ่มหายดีแล้ว แต่ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในร่างกายของเขา... ดูเหมือนจะเป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาเพียงชั่วครู่ในสมองของเขา แล้วมันก็หายกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิม
ร๊อบส์ - เรา..... ไม่เป็นอะไร.......
ขณะเดียวกัน ที่ห้องพักของไรส์ หลังจากเลิกหลุดพ้นจากการเรียนอันยุ่งยากและปวดหัวมาในตอนกลางวัน เด็กหนุ่มก็กลับมานั่งเปิดหาข่าวสารทางอินเตอร์เน็ทผ่านหน้าจออินฟาเรดของคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนๆ เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสที่เม๊าส์แพ็ดอินเาเรดที่ฉายเป็นแนวระนาบอยู่บนโต๊ะ ก็สามารถที่จะเข้าถึงได้ทุกสิ่งที่ต้องการ เพียงนิ้วสัมผัส
และระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังเปิดอ่านข่าวอยู่นั้น บังเอิญเขาก็ได้รับอีเมลข่าวสารแปลกปลอมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไรส์เปิดอ่านจดหมายนั้นดู แล้วเขาก็ต้องพบกับสิ่งที่น่าตกใจอย่างสุดขีดจากจดหมายนั้น
ไรส์ - บ.. บ้าน่า.. นี่มัน... เรย์ล่า!?
/ภาพถ่ายของเพื่อนนักเรียนสาว "เรย์ล่า" ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเขาได้ปรากฎขึ้นในสภาพที่ถูกมัดมือมัดเท้าพร้อมกับผ้าปิดปากไว้ ดูเหมือนเธอจะกำลังถูกอาชญากรจับตัวไว้ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง
ไรส์ - เกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ! เป็นไปไม่ได้ แล้วข้อความนี่มัน.. อะไรกัน?
/เด็กหนุ่มผมสีดำอ่านข้อความในบรรทัดต่อมาซึ่งอยู่ใต้ภาพถ่ายนั้น โดยข้อความเขียนเอาไว้ว่า
"ถึงผู้ปกครองและคนที่เกี่ยวข้อง หากคุณต้องการตัวเด็กผู้หญิงคนนี้กลับคืนไปสู่อ้อมอก ขอให้ส่งเงินที่มีทั้งหมดเข้ามาในบัญชี เพื่อแลกกับความสงบสุขของนิวยอร์คและความปลอดภัยของเด็กผู้หญิงคนนี้ ... และคุณก็ไม่มีเวลามากพอที่จะตัดสินใจอีกแล้ว เพียงแค่ 23 ชั่วโมงต่อจากนี้เท่านั้น เราไม่รับประกันความปลอดภัยของทั้งสองสิ่ง"
นั่นเป็นข้อความทั้งหมดที่ผู้ส่งลึกลับได้เขียนเข้ามา โดยไรส์ได้เหลือบมองไปยังรายการชื่อของผู้ที่ได้รับจดหมายนี้ เขาแปลกใจมาก เพราะมันมีเพียงแค่ที่อยู่อีเมลของเขาคนเดียวเท่านั้น
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

CONTINUITE TO NEXT FILE...
ลอส แองเจลิส... ร๊อบส์ในชุดมิสสูท ได้ยืนเผชิญหน้ากับ อานาชี่ แล็คคอน อยู่บนดาดฟ้าของอาคารสูงแห่งหนึ่งกลางเมือง
ร๊อบส์ - นึกไม่ถึงเลยว่าเครือข่ายของอาชญากรโลกไซเบอร์อย่างซันลอค จะมีพวกฆ่าคนเป็นผักปลาแบบแกปนอยู่ด้วย...
/ชายหนุ่มผมสีเทาพูดจาเชิงถากถางพาดพิงไปถึงซันลอคต่อหน้าอานาชี่ ด้วยแววตาที่ดูเย็นชา
ฝ่ายอานาชี่ยังคงมีสีหน้าที่ดูตกตะลึงจากเหตุการณ์เมื่อครู่เล็กน้อย แต่เพียงไม่นานเท่านั้นเขาก็ทิ้งสีหน้าตกตะลึงไป กลับมามีสีหน้าที่ดูโหดเหี้ยมร้ายกาจอีกครั้ง
อานาชี่ - หึ.. แล้วจะทำไม?
ร๊อบส์ - ไม่ละอายใจบ้างเลยรึไง?
อานาชี่ - หึ! ละอายใจ? จะบอกให้ ว่าฉันไม่เคยละอายใจเลยแม้แต่นิด สำหรับพวกมนุษย์พวกนั้นมันก็มีค่าแค่อย่างเดียวก็คือกำจัด
....และจะบอกให้ว่าไม่มีอาชญากรคนไหนที่ไม่เคยฆ่าคนแม้แต่คนเดียวหรอกน่ะ รู้ไว้ซะ!!!!! (ครืด!)
/อาชญากรหนุ่มผมเขียวตะโกนขึ้น ใบหน้าซีกขวาของเขาเริ่มแปรสภาพไปจนกลายเป็นหน้าซีกขวาที่คล้ายกับอสรพิษร้ายกาจ ก่อนจะตวัดแขนขวารูปแบบงูที่ถือปืนพร้อมกับเหนี่ยวไกระดมอัดกระสุนใส่เป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าทันที
(ปั้งๆๆๆๆ~!!)
กระสุนปืนลูกโม่นับสิบๆนัดได้กราดระดมเข้าใส่ร๊อบส์อย่างไม่ยั้ง แต่ด้วยประสาทการรับรู้ที่ว่องไวทำให้พันโทหนุ่มสามารถเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อหลบหลีกกระสุนได้อย่างฉิวเฉียด
อานาชี่ - "(ทะ... ทำไมมันถึงหลบได้?!)"
/ระหว่างที่อานาชี่กำลังตกตะลึงในความสามารถของร๊อบส์อยู่นั้น จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาจู่โจมตัวเขาจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว
(ฟึบ! เผียะ!!)
เพียงการจู่โจมอันรวดเร็วที่ถึงแม้อาชญากรหนุ่มจะสามารถหลบการจู่โจมเต็มๆได้ แต่ก็ทำให้อาวุธปืนในมือของเขาร่วงหล่นกระเด็นออกไปในบัดดล
อานาชี่ - นี่แก..!
(ควับ!!)
/ไม่ทันที่เขาจะพูดประโยคต่อไป เจ้าของการจู่โจมเมื่อครู่ก็ปรากฎตัวขึ้น นั่นก็คือร๊อบส์ ผู้ที่โผล่มาปะทะกับอาชญากรรายนี้อย่างซึ่งๆหน้า พร้อมกับประเคนหมัดและลูกเตะจำนวนมากเข้าใส่อานาชี่อย่างไม่ยั้งมือ
ด้านอานาชี่นั้นถูกโจมตีอย่างไม่อั้นจนมาติดอยู่กับกำแพงกั้นดาดฟ้าอาคาร แต่ด้วยความสามารถพิเศษจาก "NOHP-DNA" (น็อป ดีเอ็นเอ) ที่อยู่ในตัว ทำให้ประสาทสั่งการให้กล้ามเนื้อร่างกายของเขามีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว อานาชี่ใช้ประโยชน์นี้ด้วยการสะบัดร่างกายให้ลอดออกมาจากวงหมัดและเท้าของร๊อบส์ได้ทันการ
อานาชี่ - มันจะดูถูกพลังของฉันมากเกินไปแล้ว!! (ควับ!!)
/ชายหนุ่มตะโกนลั่นพร้อมกับอาวุธมีดที่ซ่อนอยู่ในกางเกงยีนส์ออกมาฟันใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า
(หมับ!! กร๊อบ~!!)
แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิดซะแล้ว เพราะทันทีที่ปลายมีดจั่วตรงไปที่ใบหน้าของร๊อบส์ มันก็ถูกหยุดไว้ด้วยสิ่งที่แข็งแกร่งกว่า นั่นคือแขนขวาของพันโทหนุ่มผมสีเทาที่เพิ่งจะสวมใส่อุปกรณ์เกราะแขนทริคเคิลนั่นเอง เพียงแค่ออกแรงไม่กี่อึดใจ มันก็สามารถขยำมีดพกที่เป็นอาวุธของอานาชี่ให้แหลกสลายลงได้ง่ายๆ ไม่ต่างอะไรกับขยำเศษกระดาษธรรมดาดีๆนี่เอง
อานาชี่ - หึ้ม!
ร๊อบส์ - ยอมจำนนซะ...... แล้วก็............ บอกเรื่องราวของแกมาทั้งหมด...... รวมถึงเจ้าอาชญากรโลกระดับกลาง "ซันลอค" นั่นด้วย !

-------------------------------------------------------------------

"NG" The Networld Guardian
File : 010
"หายนะที่ไม่รู้ตัว"

-------------------------------------------------------------------

2 ปีก่อน... ที่ ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ภายใต้การปกครองโดยสหพันธ์รัฐNetworld....
"ทำไมถึงไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากทางการล่ะ..."
/เสียงของชายคนหนึ่งพูดขึ้นกับชายหนุ่มผมสีเขียวแกมเหลืองที่นั่งสิ้นหวังอยู่ท่ามกลางสายฝน ขณะกำลังนั่งมองร่างอันไร้วิญญาณของแฟนสาวที่ค่อยๆสลายไปทีละนิดในอ้อมแขนของเขา ด้วยใบหน้าที่เอ่อท่วมด้วยน้ำตา
อานาชี่ - ไม่... ฉันทำไม่ได้... เพราะว่า..........
/ชายหนุ่มผมเขียวหยุดพูดชั่วขณะ ร่างกายของเขาสั่นเทาไปจนทั่ว ระหว่างนั้นร่างของหญิงสาวก็สลายหายไปในที่สุด เสี้ยววินาทีชายหนุ่มก็ถึงกับกลั้นความเสียใจไว้ไม่อยู่
อานาชี่ - อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!! คนที่ฆ่าแคธรีน่า! ก็คือพวกมนุษย์ยังไงเล่า---------!!!!!!!!!!!
/เสียงร้องไห้ของชายหนุ่มดังกึกก้องไปทั่วลานกว้าง สายฝนที่โปรยปรายกระหน่ำลงมาไม่อาจกลบเสียงคำรามแห่งความโกรธแค้นนี้ได้ ชายในชุดโค๊ดที่ยืนจ้องมองอยู่ทางด้านหลังได้แต่จดจ้องด้วยสายตาที่เวทนา ก่อนจะเปิดหมวกที่เขาสวมอยู่ออกมา เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผลรูปกากบาท
??? - ถ้าอย่างนั้น ก็จงรับข้อเสนอของซันลอคซะ..
อานาชี่ - ข้อเสนอ...... อย่างนั้นเหรอ........ แกจะให้ฉันไปเป็นอาชยากรชั่วๆอะไรนั่นอย่างนั้นเหรอ!!
??? - แล้วคิดว่าการปล่อยให้พวกมนุษย์มาฆ่าคนรักของตัวเองตายต่อหน้าต่อตาแบบนี้น่ะ มันดีแล้วรึ?
/คำพูดที่ฟังดูเสียดแทงจิตใจของชายหนุ่มหน้าบาก สร้างแรงกดดันให้กับอานาชี่อย่างมาก ชายหนุ่มผมเขียวไม่สามารถต้านทานความเคียดแค้นที่ก่อตัวขึ้นมาในจิตใจของเขาได้เลย
??? - หรือแกคิดว่าดีแล้ว ที่จะปล่อยให้พวกมนุษย์มีอยู่ต่อไป และเข่นฆ่าข่มเหงน็อปแบบนี้ไปเรื่อยๆ?
อานาชี่ - หยุด!!!! พอได้แล้ว!!! ฉันไม่อยากฟัง! อ๊ากกกกกกกกกก--------!!!!!!!!
/ชายหนุ่มเกิดอาการบ้าคลั่งอย่างรุนแรง เขากุมศีรษะตัวเองอย่างทรมาน ไม่นานนักร่างกายของเขาก็เกิดปฎิกิริยาตอบสนองทางอารมณ์ กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของเขาค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นสีเขียวและมีลักษณะเหมือนเกล็ดงูสีเขียวปนดำ
อานาชี่ - ร.... ร่างกายของฉันนนนนนน-----!!!!!!!!!!!!!
/อานาชี่ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงบนร่างสีเขียวของเขา ขณะที่สายตาของชายผู้มีบาดแผลบนใบหน้ากลับแสดงออกถึงความพึงพอใจ
??? - ใช้มันสิ "Ability Mode" (อบิลิตี้โหมด) ของน็อปในร่างกายของแก.... ใช้มันจัดการกับพวกมนุษย์
อานาชี่ - พวกมนุษย์...
??? - มนุษย์โสมม ที่สร้างน็อปอย่างพวกเราขึ้นมา... มนุษย์ที่เป็นคนพรากสิ่งที่รักของแกไป!
อานาชี่ - ใช่... พวกมนุษย์........... พวกมนุษย์!!! ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด!!!!!!
/ชายหนุ่มผมเขียวตะโกนขึ้นลั่นด้วยความโกรธแค้นราวกับเสียงแห่งความพยาบาทของงูพิษ นั่นเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการออกฆ่าคนอย่างบ้าคลั่งของอานาชี่ ด้วยฝีมือการใช้ปืนที่ไม่แพ้ใคร จริงอยู่ที่ว่าน็อปนั้นมีข้อจำกัดในการใช้อาวุธที่ทำจากเหล็ก ด้วยผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็กที่อยู่ภายในร่างกาย แต่กับอานาชี่แล้วตรงกันข้าม เขากลับไม่สนใจความเจ็บปวดที่ได้รับในทุกๆครั้งที่เขาใช้อาวุธเลย แต่กลับรู้สึกพึงพอใจที่ได้เห็นผู้คนมากมายนอนราบอยู่บนพื้นด้วยรูพรุนกระสุนพันๆนัดที่เขาเองเป็นคนสร้างไว้........
และในที่สุดไม่นานนัก... อานาชี่ แล็คคอน ก็ได้กลายไปเป็นอาชยากรน็อปอย่างเต็มตัว และมีรายชื่อบันทึกอยู่ในกลุ่มอาชยากรโลกของทางการในที่สุด และถูกตามล่าตัวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน...
.
.
.
ที่ดาดฟ้าอาคารสูงที่เดิม ร๊อบส์ในชุดมิสสูทได้เผชิญหน้ากับอาชญากรหนุ่มผมเขียว อานาชี่ ที่เขาติดตามตัวมาจนพบ
อานาชี่ - ........? นี่แกจะให้ฉันบอกเรื่องราวของฉัน ตั้งแต่ต้นกำเนิด จนถึงตอนนี้เลยงั้นรึ? แถมยังจะให้บอกเรื่องของซันลอคอีก... หึ! น่าขำน่ะ !
ร๊อบส์ - ....................
อานาชี่ - สิ่งที่ฉันจะบอกแกได้ในตอนนี้ มีแค่สิ่งเดียวเท่านั้น.... ก็คือ ตายซะ !!!
(ขวับ !!!!!!!)
/เสียงมีดพกขนาดเหมาะมือถูกขว้างแหวกอากาศตรงไปยังพันโทหนุ่มในชุดขาวที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่เกิน 3 เมตร อย่างรวดเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทัน
(ฟึบ~!! เพล้ง..----!!!)
โชคยังดีที่ร๊อบส์สามารถหลบได้อย่างเฉียดฉิว มีดอันคมกริบพุ่งผ่านร่างของเขาไปไกลกว่า 20 เมตร แทงทะลุกระจกของตึกที่อยู่ถัดออกไปจนแตกกระจายเสียงดังสนั่น
เศษกระจกที่แตกออกร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง สร้างความตกใจและขวัญเสียให้กับผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่บนท้องถนนบริเวณนั้นอย่างมาก
ร๊อบส์ - ถ้าอย่างนั้น เห็นทีฉันก็จะต้องใช้กำลัง... !
/ร๊อบส์ไม่รอช้าเร่งฝีเท้าวิ่งตรงเข้าไปที่อานาชี่ พร้อมกับออกหมัดเข้าใส่อย่างรวดเร็ว แต่อานาชี่ก็รับไว้ได้ด้วยฝ่ามือเดียว ร๊อบส์ตวัดขาเข้าตัดกลางลำตัวของอานาชี่ แต่ก็ถูกสวนกลับด้วยขาเช่นเดียวกัน อานาชี่สะบัดขาพลิกกลับแบบผิดธรรมชาติ เกี่ยวขาของร๊อบส์เอียงตัวจนลืมลงกับพื้น
แต่ด้วยไหวพริบที่ว่องไวของพันโทหนุ่ม เขาจึงเหวี่ยงขาข้างที่ถูกเกี่ยวตีสะบัดข้ามหัวตัวเองไป ทำให้อาชญากรหนุ่มที่ไม่ทันระวังตัวเสียทีกระเด็นตีลังกาหลุดออกไปอยู่อีกฝั่ง
ร๊อบส์ได้โอกาสจึงดีดตัวขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปล็อคคออานาชี่ไว้ แล้วจับตีเข่าอัดใส่กลางลำตัวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันไรก็ถูกอานาชี่บล็อกเข่าไว้ด้วยศอกที่แข็งแกร่ง ก่อนที่ร๊อบส์จะถูกเปลี่ยนเป็นฝ่ายโดนเล่นงานคืน อาชญากรผมเขียวสวนหมัดเข้าใส่กลางท้องของชายหนุ่มเต็มๆ แรงกระแทกมหาศาลผลักตัวเขาเซถอยหลังออกไปไกล
อานาชี่ - หึ!
(แกร็ก!)
/อานาชี่อาศัยจังหวะนี้หยิบปืนพกของตนที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา พร้อมกันเหนี่ยวไกยิง
(ปั้ง!!!!!!)
สิ้นเสียงกระสุนปืนที่ดังลั่น ร่างในชุดยูนิฟอร์มสีขาวของพันโทหนุ่มก็ปลิวร่วงลงมาจากดาดฟ้าของอาคารที่สูงกว่า 20 ชั้น และลอยหายลับตาไปในที่สุด..
อานาชี่ - หึ....!
/อาชญากรหนุ่มผมเขียวแสยะยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะวิ่งกระโจนลงจากชั้นดาดฟ้าตึกอย่างรวดเร็ว และหายตัวไปในท้องถนนที่สับสนวุ่นวายด้านล่าง

ที่ด้านล่างของอาคาร ร๊อบส์ซึ่งตกลงมาจากดาดฟ้าสูงลับฟ้าดูจะไม่มีรอยบาดเจ็บใดๆ นั่นเป็นเพราะช่วงระหว่างที่เขากำลังจะตกถึงพื้น บับลิ่ง ยานพาหนะของเขาได้เข้ามารับตัวไว้ได้ทันการ
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มร้อนรุ่มใจคงจะเป็นการพลาดท่าปล่อยให้เป้าหมายถือโอกาสลอยนวลไปได้ ซึ่งถ้ารวมความผิดพลาดจากเมื่อครั้งที่ไปจับกุมซันลอคแล้วละก็ ครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งที่สองของภารกิจในฐานะหน่วยNGที่ล้มเหลว
ร๊อบส์ - พลาดอีกแล้วสิ...
/แต่ระหว่างที่ร๊อบส์กำลังสับสนอยู่นั่นเอง เอมิลี่ก็ติดต่อเข้ามาที่นาวิเกเทคทีฟของเขา ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะทำการเปิดรับสัญญาณการติดต่อทันที
เอมิลี่ - ร๊อบส์ สเป็นสัน ได้รับสัญญาณพบ BUG เกิดขึ้นในบริเวณแอเรียที่11ของลอสแองเจลิส รีบไปด่วน
ร๊อบส์ - "(แอเรีย11..!!)"
/ร๊อบส์เปิดระบบโปรแกรมแผนที่ "Site Map" (ไซท์แม็ป) จากนาวิเกเทคทีฟ เพื่อค้นหาจุดของแอเรีย11ในลอสแองเจลิสแห่งนี้ ไม่นานนักเขาก็พบว่ามันอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
ร๊อบส์ - รับทราบ !
/ชายหนุ่มเตรียมที่จะรุดหน้าไปยังเป้าหมายในทันทีทันใด แต่ก่อนที่เขาจะกดปิดสัญญาณติดต่อ เอมิลี่ก็แทรกขึ้นมา
เอมิลี่ - เดี๋ยวก่อนสิ! ร๊อบส์ เธอพอจะติดต่อสัญญาณของแคมรี่ได้บ้างมั้ย?
ร๊อบส์ - ...แคมรี่? เกิดอะไรขึ้นกับหมอนั่น?
เอมิลี่ - คือระหว่างที่ฉันกำลังคอยดูการเคลื่อนไหวของพวกเธอ จู่ๆฉันก็รู้สึกว่าจุดสัญญาณของเขาหายไป ที่สำคัญ ฉันติดต่อเขาไม่ได้เลย
ร๊อบส์ - แล้วลูอิซ กับสเตฟานล่ะ?
เอมิลี่ - ฉันลองให้สองคนนั้นติดต่อไปดูแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้อีกอยู่ดี แจ๊คก็เหมือนกัน
/เอมิลี่พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบายใจ สีหน้าของหญิงสาวผมน้ำตาลบ่งบอกถึงความรู้สึกกังวลที่แอบแฝงอยู่ในจิตใจได้ดี
ร๊อบส์ - "(กะแล้วเชียว.. ตอนที่เราได้รับการติดต่อจากแคมรี่มา ก็รู้สึกว่าหมอนั่นดูจะวิตกอะไรอยู่ เหมือนกับว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม...)"
เอมิลี่ - แต่ว่า... ถ้าเป็นเธอที่อยู่ในแอเรียใกล้ๆกัน ฉันคิดว่าน่าจะพอใช้สัญญาณติดต่อกันได้บ้าง ยังไงรีบไปก่อนเร็วเข้าเถอะ
/พันโทสาวสลัดความกังวลออกไป แล้วพูดกับชายหนุ่มตรงหน้าผ่านหน้าจออินฟาเรดอย่างจริงจังและหนักแน่น ทำให้ร๊อบส์หลุดออกจากห้วงคำนึงของเขา และเตรียมพร้อมกับภารกิจ
ร๊อบส์ - ถ้ายังไง ผมจะหาทางติดต่อเขาดู ไม่แน่แคมรี่อาจจะอยู่ที่นั่น...
เอมิลี่ - ที่นั่น?
/ชายหนุ่มผมเทาไม่ได้พูดอะไรต่อกดปิดสัญญาณการติดต่อ ก่อนจะรีบมุ่งหน้าออกจากแอเรีย51ตรงไปยังแอเรีย11อย่างไม่รอช้า

-------------------------------------------------------------------

แอเรีย30 ลอสแองเจลิส... แคมรี่ที่กำลังตามจับสัญญาณของอานาชี่ จู่ๆสัญญาณก็หายไป และทันใดนั้นเองชายหนุ่มก็สังเกตเห็นใครบางคนกำลังวิ่งฝ่ากลุ่มคนที่กำลังเดินกันขวักไขว่อยู่บนถนนไป
แคมรี่ - อะ นั่นมัน..!!
/ใช่แล้ว คนๆนั้นก็คืออานาชี่นั่นเอง ชายหนุ่มผมน้ำเงินเมื่อเห็นเป้าหมายก็วิ่งรีบตามไปอย่างไม่รอช้า แต่ระหว่างนั้นเอง จู่ๆก็มีใครบางคนปรากฎตัวขึ้นที่ด้านหลังของเขา พร้อมกับเล็งบางสิ่งบางอย่างมาที่เขา
(ปั้ง!!!)
"ว๊ายยยยยยยยยย!!!?"
ศีรษะของชายคนนึงที่กำลังเดินสวนกับแคมรี่ถูกเจาะทะลุด้วยกระสุนปืนจนเลือดสาดกระเด็นออกมา สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนในบริเวณนั้นอย่างมาก แต่ทว่า ยังไม่พอแค่นั้น
(ปั้ง!!!!)
แคมรี่ - !?!?!?!!
/กระสุนปืนลำกล้องขนาดใหญ่ถูกยิงสวนตัดหน้าของแคมรี่ไปเพียงนิดเดียว แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการจู่โจมครั้งนี้คือตัวเขานั่นเอง
??? - แกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น แคมรี่ เนวีบลู แห่งหน่วยNG
/เสียงของชายหนุ่มผมยาวน้ำตาลดำรวบหางม้าในชุดสีดำทับด้วยเสื้อคลุมยาวสีเดียวกัน พูดชื่อและสถานะของชายหนุ่มผมสีน้ำเงินที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างถูกต้องราวกับรู้ข้อมูลมาอย่างดี สร้างความตกใจให้กับแคมรี่อย่างมาก
แคมรี่ - นายเป็นใครกัน ทำไมถึงรู้ชื่อของฉัน !?
??? - "คานาร์โด้ เปรุส" พรานรับจ้างที่จะปลิดชีพแก !
/เจ้าของดวงตาคมกริบสีทองพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยรังสีอมหิต ก่อนจะส่องกระบอกลำกล้องปืนไรเฟิลตรงมาที่แคมรี่ และ..
(ปั้ง ----!!!!!)

-------------------------------------------------------------------

ขณะเดียวกัน ร๊อบส์ก็เดินทางมาถึงหน้าทางเข้าแอเรีย11ด้วย แบล๊คสปิริท ยานพาหณะสีดำคู่ใจ และสิ่งที่เขาเจออันดับแรกนั่นคือเสียงสัญญาณไซเร็นและสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงมไปทั่วท้องถนน สภาพของตึกและทางฟุตบาทที่มีรอยถูกทำลายเป็นทางยาว เรื่อยไปจนถึงถนนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ร๊อบส์ - ตรงนั้นสินะ...!
/ชายหนุ่มผมเทาไม่รอช้ากดฝ่ามือลงบนแผงควบคุม เพิ่มกำลังส่งคันเร่งแบล๊คสปิริทอย่างเต็มที่ ยานพาหณะสีดำพุ่งไปด้วยความเร็วที่เกินขีดจำกัดจนมองเห็นเป็นเพียงแสงสว่างสีฟ้าประกายดำขนาดเล็กเท่านั้น
(ฟิ้ววว-------!!)
ทันทีที่มุ่งไปตามทางที่มีรอยทะลุขนาดใหญ่ ร๊อบส์ก็เห็นเงารางๆของหุ่นAIรูปแบบงูสีดำตัวใหญ่เคลื่อนที่ได้ซึ่งอยู่งห่างออกไปไม่ไกล เขามั่นใจทันทีว่านั่นคือเป้าหมายBUGที่เอมิลี่แจ้งเข้ามา ชายหนุ่มจึงมุ่งหน้าตรงไปพร้อมกับเร่งเครื่องเต็มกำลังและพุ่งเข้าจู่โจม AI "Black Hydra" (แบล๊คไฮดร้า) เป้าหมายตรงหน้าทันที
AIแบล๊คไฮดร้า - !!!?
/แต่ทว่าทันทีที่มันมองเห็นลำแสงที่กำลังพุ่งเข้ามาเพียงแค่พริบตานั้น แบล๊คไฮดร้าก็สามารถเลื้อยหลบการจู่โจมได้อย่างว่องไว ก่อนจะเลื้อยวกกลับมาโจมตีที่กำแพงตึกบริเวณนั้นจนพังทลายลงมาอย่างหนักหน่วง
(โครม...!!)
ร๊อบส์ - หลบได้แค่ครั้งแรกเท่านั้นแหละ ฉันจะไม่ปล่อยให้แกมาขัดขวางเวลาของฉัน !!
(คว้าง~!!)
/ร๊อบส์ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นใส่หุ่นยักษ์ตรงหน้า ก่อนจะเร่งกำลังเครื่อง ควงแบล๊คสปิริทโฉบเข้าหางูยักษ์สีดำตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้กระแทกโดนจังๆที่กลางลำตัวของมัน ทำเอาหุ่นAIงูยักษ์ตัวนี้ถึงกับหงายท้องเอนไปที่ด้านหลัง
AIแบล๊คไฮดร้า - GiiiiiiiiiiZZZZZZZZZZZ.....!!! (แกร่ก!!)
/เครื่องจักรยักษ์ส่งเสียงขู่ออกมาด้วยความโกรธกริ้ว ก่อนที่มันจะสะบัดหางเข้าฟาดใส่พาหณะสีดำตรงหน้า แต่ร๊อบส์สามารถควบคุมแบล๊คสปิริทให้หักเลี้ยวหลบได้อย่างง่ายดายเพียงปัดมือขวาบนแผงควบคุมไปทางซ้าย ก่อนที่พันโทหนุ่มจะหักเลี้ยวเข้าโฉบใส่ที่บริเวณหัวของเจ้างูยักษ์แบบฉาบฉวย
(ฟึบ!!!)

ความร้อนจากไอพ่นเครื่องยนต์ของยานพาหนะสีดำโฉบเข้าใส่หน้าของแบล๊คไฮดร้า รังสีความร้อนแผดเผาหน้าของAIงูสีดำจนเกิดรอยไหม้อย่างชัดเจน เครื่องจักรร่างใหญ่สีดำทำการตอบโต้อย่างทันควันด้วยการเผยอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ในปากของมัน นั่นคือปืนลำแสงขนาดใหญ่ที่ชาร์จพลังแสงเตรียมที่จะสอยเป้าหมายตรงหน้าให้ร่วงอยู่แล้วนั่นเอง!
ร๊อบส์ - !!?!?
(เปรี้ยงงงง---!!!!!!!)
/ลำแสงจากปากกระบอกปืนขนาดใหญ่ถูกยิงกราดเข้าใส่พันโทหนุ่มพร้อมๆกับยานพาหณะของเขาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า โชคยังดีที่ชายหนุ่มสามารถหักหลบได้ทัน กระสุนลำแสงพุ่งกราดเข้าไปทำลายตึกที่อยู่ห่างออกไปจนพังเป็นแถบๆ ผู้คนต่างวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงด้วยความตกใจและหวาดกลัว
AIแบล๊คไฮดร้า - GiZZZZZZZZZZZZZ!!!
/เครื่องจักรสังหารยักษ์สีดำทมึนส่งเสียงขู่ดั่งลั่น ก่อนที่มันจะพุ่งเลื้อยถลาเข้ามาที่ร๊อบส์ คราวนี้อัดเข้าเต็มๆทั้งคนและพาหณะ จนร่างของพันโทหนุ่มผมสีเทาปลิวกระเด็นไปกลางอากาศพร้อมๆกับแบล๊คสปิริทยานพาหณะของเขาในทันที
ยังไม่พอแค่นั้น AIแบล๊คไฮดร้า ได้เปิดฝาเกราะสีดำทั่วร่างของมันขึ้น เผยให้เห็นอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ภายใน นั่นคือปืนลำแสงจำนวน10กระบอกทั่วร่างของมัน พลังงานลำแสงถูกส่งกระจายไปทั่วร่างของมันผ่านลวดลายหกเหลี่ยมคล้ายกับเกล็ดงู พลังลำแสงทำลายล้างถูกชาร์จไปที่กระบอกปืนทั่วทั้งร่าง ก่อนที่มันจะปลดปล่อยลำแสงเหล่านั้นยิงกราดไปทั่ว
(ซูมมมมมมมมมมม---------!!!!!!!!!!!)
ลำแสงโปรตอนสีเขียวเข้มพุ่งเข้าสาดทำลายตึกและถนนในบริเวณนั้นจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง เมื่อร๊อบส์เห็นแบบนั้นจึงลุกขึ้นมาพร้อมกับพยุงยานพาหณะคู่ใจของเขาขึ้น ก่อนจะหยิบมินิดิสก์สีฟ้าใสขึ้นมาแล้วเสียบเข้าไปในอุปกรณ์กำไลข้อมือ เมื่อปรากฎเมนูคำสั่งเลือกอาวุธขึ้นมา ชายหนุ่มก็กรอกสายตาไปที่สัญลักษณ์หมัด ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์ทริคเคิลที่แขนขวาของเขานั่นเอง
"เรียบร้อย!"
ระบบคอมพิวเตอร์พูดขึ้นตามการสั่งการของมัน ก่อนที่จะประมวลผลมาที่อุปกรณ์เกราะที่แขนขวาของชายหนุ่ม ไม่นานนักก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นที่ทริคเคิล ภาพทุกอย่างจึงช้าลงราวกับถูกหยุดไว้
ร๊อบส์ - ต้องรีบแล้ว...
/ชายหนุ่มพูดเปรยขึ้นกับตัวเอง ขณะที่สภาวะหน่วงเวลา หรือ LowDelay เริ่มทำงาน ร๊อบส์ก็ขึ้นขี่แบล๊คสปิริทอีกครั้ง พร้อมๆกับใช้โหมดเลือกอาวุธเรียกดาบแสงสีขาวไลท์เซเบอร์ออกมา ก่อนจะเร่งเครื่องยนต์เต็มกำลังแล้วออกตัวพุ่งตรงเข้าไปที่เป้าหมายตรงหน้าอย่างไม่รอช้า
(ครืนนนนนนนนนนนน-------!!!!!!!)
เสียงเครื่องยนต์ของยานพาหณะสีดำทมึนดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณ ละอองแสงสีดำแตกกระจายออกราวกับฝุ่นธุลีในอากาศ ด้วยความเร็วระดับที่สายตาคนปกติไม่สามารถจะมองเห็นได้ ในระหว่างนั้นชายหนุ่มก็นำมินิดิสก์สีฟ้าใส่ลงไปที่อุปกรณ์บนข้อมืออีกครั้ง ก่อนจะใช้คำสั่งท่าไม้ตายที่เขาเพิ่งจะได้ลองใช้ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
"BLUE SLASH!!"
สิ้นเสียงระบบคอมพิวเตอร์ที่ดังขึ้น ลำแสงสีจากดาบสีขาวได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นและเปล่งประกายเป็นสีฟ้า ไม่ต่างอะไรกับแววตาของชายหนุ่มผมเทาที่ควบพาหณะสีดำบึ่งตรงเข้ามาที่เป้าหมายตรงหน้าอย่างมุทะลุ
ในชั่วพริบตานั้นเอง ลำแสงสีฟ้าก็พุ่งเข้าตัดผ่าร่างของเครื่องจักรสังหารยักษ์อย่างรวดเร็ว เส้นสีฟ้าส่องประกายเป็นทางยาวขนานรอบลำตัวของมัน ไม่นานนักส่วนต่างๆของAIแบล๊คไฮดร้าก็แยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ ราวกับเนยแข็งที่ถูกผ่าสไลซ์ออกจากกันด้วยมีดผ่าเนย พร้อมกับเกิดแรงระเบิดมหาศาลขึ้น
(ตูมมมมมมมมมมม--------------!!!!!!!!!!!!)
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่โดยรอบ ผู้คนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่รถตำรวจและหน่วยกู้ภัยพิเศษได้เข้ามาถึงในพื้นที่
เมื่อแรงระเบิดคลายตัวลง สิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้านั่นก็คือซากของAIสีดำที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไป เป็นเพียงเศษเหล็กสังเคราะห์ที่กำลังจะค่อยๆสลายกลายไปเป็นโมเลกุลทรงลูกบาศก์หายไปในอากาศ...
ขณะเดียวกัน ร๊อบส์ที่กำลังจะมุ่งหน้าออกตามหาอานาชี่ที่พลาดตัวไปตามแอเรียต่างๆ ก็เกิดนึกขึ้นได้ถึงเรื่องที่เอมิลี่ติดต่อเข้ามาเกี่ยวกับแคมรี่ ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะติดต่อสัญญาณไปยังเพื่อนของเขา แต่ดูเหมือนจะมีคลื่นอะไรบางอย่างเข้ามาทำการแทรกแซงสัญญาณการติดต่อกับแคมรี่ ทำให้เขาไม่สามารถที่จะติดต่อกับแคมรี่ได้เลย
ร๊อบส์ - บ้าน่ะ ติดต่อแคมรี่ไม่ได้... เราก็คงจะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอนั่นจัดการเองล่ะนะ... ไม่มีเวลาเหลือแล้ว !
/ร๊อบส์พูดกับตัวเอง ก่อนจะกลั้นใจตัดความกังวลในเรื่องของแคมรี่ทิ้งไป เพื่อที่จะทำภารกิจของตนให้สำเร็จ ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวร้ายๆขึ้นกับชีวิตของผู้คนบริสุทธิ์อีก เขาจึงมุ่งตัดสินใจหน้าต่อไปเพื่อตามตัว อานาชี่ แล็คคอน ให้จงได้ แม้จะไม่สามารถจับสัญญาณเป้าหมายได้ก็ตาม

-------------------------------------------------------------------

ทางด้านแคมรี่ในชุดมิสสูทที่กำลังเผชิญหน้ากับคาร์นาโด้ ดูเหมือนการต่อสู้ของแคมรี่จะเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนจนเกือบเสียเปรียบแม้ว่าจะอยู่ในชุดมิสสูทแล้วก็ตาม แต่เรื่องความไวนั้นเสียเปรียบชายตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัด
คาร์นาโด้ - อย่าคิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆเลย แคมรี่ เนวีบลู !!
(ตู้มมมมม-----!!!)
/เสียงกระสุนบาซูก้าจากกระบอกปืนไฮบริดบาซูก้าที่ใหญ่โตมโหฬาร "ไฟร์เบิร์ด" ของคาร์นาโด้ดังขึ้นเป็นระยะๆ สลับกับเสียงปืนไรเฟิลขนาด25มม. "ลูซิเฟอร์สเปียร์" ที่ใช้ยิงต้อนแคมรี่อย่างดุเดือดจนแทบจะไม่ให้ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินได้พักหายใจ
แคมรี่ - อุ๊บ!! (*วิ่งหลบกระสุน*) "(บ้าน่า! หมอนี่ใช้อาวุธหนักยิงไล่ต้อนเราสลับไปมาได้คล่องแคล่วอย่างกับไม่ใช่คน นี่มันอะไรกัน...? น็อปงั้นเหรอ!?)"
/แคมรี่ที่วิ่งหลบการโจมตีอันหนักหน่วงคิดพลางๆไปในใจ ก่อนจะเริ่มตัดสินใจตอบโต้กลับด้วยการเสียบมินิดิสก์สีเหลืองใสเข้าไปที่ปืนแลงการ์ แล้วใช้คำสั่งเปลี่ยนชุดกระสุนเป็นแบบมิสไซล์ลูกศรอินฟาเรดสีแดง ยิงสวนเข้าไปในดงห่ากระสุนของคาร์นาโด้
(คว้างงงงงง!!!!!) (ตูม!! ตูม---!!!!!)
กระสุนมิสไซล์ลูกศรจำนวนมากพุ่งเข้าทะลวงฝ่าวงกระสุนบาซูก้าและไรเฟิลของชายชุดโค๊ดสีดำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวของเขาได้อยู่ดี เพราะคาร์นาโด้สามารถกระโดดหลบได้อย่างรวดเร็ว ลูกศรอินฟาเรดสีแดงเหล่านั้นจึงกระจายตัวออกแล้วเข้าทำลายตัวเองใส่กระสุนบาซูก้าที่เหลืออยู่แทนที่
คาร์นาโด้ - แกคงคิดว่าฉันเป็นพวกน็อปล่ะสิ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าฉันคือมนุษย์ธรรมดานี่แหละ
แคมรี่ - !!? "(อะไรกัน!!?)"
/ไม่ทันที่ชายหนุ่มหน้าสวยจะตั้งตัวได้ทัน จู่ๆชายหนุ่มผมยาวก็พุ่งเข้ามาที่เขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฟาดฟันมีดสปาร์ต้าขนาดใหญ่ "ฟอร์ดไนฟ์" เข้าใส่อย่างไม่ทันให้รู้ตัว แต่โชคยังดีที่แคมรี่สามารถหลบได้อย่างหวุดหวิด แล้วดีดตัวห่างออกมาพร้อมกับยิงกระสุนมิสไซล์ลูกศรแดงเข้าใส่คาร์นาโด้อีกครั้ง
(คว้างงงงง!!!)
คาร์นาโด้ - !!!!? (ฟึบ!!)
/ถึงแม้จะโดนเล่นงานจากด้านหลัง แต่คาร์นาโด้ก็สามารถรู้ตัวได้อย่างทันการ พร้อมกับกระโจนขึ้นลอยเหนือศีรษะของแคมรี่แล้วพุ่งถลาลงมาถีบเสยคางอย่างรวดเร็ว ไม่เท่านั้นยังอัดซ้ำด้วยปืนดาบขนาดใหญ่ "ไนท์เบิร์ด" แต่โชคยังดีที่พันโทหนุ่มจับตัวดาบล็อกไว้ แต่ถึงอย่างนั้นแรงกระแทกของกระสุนดาบก็ลากตัวของเขาไปจนกระแทกติดกับกำแพงที่อยู่ไกลออกไปกว่า 2เมตร ทีเดียว
แคมรี่ - (โครมมม!!!!) อั๊ก!!!!
/ทันทีที่กระสุนดาบขนาดใหญ่ปักเข้าที่กำแพงเรียบร้อย มันก็สร้างลำแสงตาข่ายอินฟาเรดสีเขียวออกมาพันร่างของคนที่ติดกับของมันไว้ แคมรี่ที่รอดจากการถูกกระสุนดาบเสียบทะลุกลางตัวกลับต้องกลายมาเป็นเป้านิ่งที่ถูกล็อคไว้กับกำแพงและขยับร่างกายไม่ได้
แคมรี่ - บ.. บ้าน่า ขยับไม่ได้..!!
/พรานรับจ้างหนุ่มมองที่ดูภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่อมหิตแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะยกกระบอกปืนไฮบริดบาซูก้าไฟร์เบิร์ดขึ้น แล้วเล็งเป้าหมายไปที่เหยื่อตรงหน้า ซึ่งถูกล็อคไว้อย่างสมบูรณ์
คาร์นาโด้ - ปิดฉากล่ะนะ... แคมรี่ เนวีบลู หน่วยNGคนแรกที่จะถูกยมทูตเด็ดชีพ...!!

CONTINUITE TO NEXT FILE...

NG File : 009 "supernova"

posted on 07 Jun 2009 23:39 by charmise  in FICTION
Reading new file : บทนำเนื้อเรื่องช่วงแรก...
หลังจากที่เรื่องราวเหตุการณ์วุ่นวายในตัวเมือง Sort Parando ได้จบลง ทางสมาพันธ์รัฐ Networld ยังคงเดินหน้าต่อไป เพือสืบสาวราวเรื่อง และ เริ่มต้นตามหาตัวอาชญากรระดับกลาง "ซันลอค" อีกครั้ง ขณะเดียวกัน คดีอาชญากรรมทั่วโลกเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ กลุ่มอาชญากรโลกที่มีรายชื่ออยู่ในลิสท์ของทางสมาพันธ์รัฐฯเริ่มเคลื่อนไหวบางส่วน
2 สัปดาห์ต่อมา...
หลังจากเกิดคดีก่อเหตุอาชญากรรมครั้งร้ายแรงที่ Sort Parando โดยฝีมือของซันลอคและผู้ร่วมมืออีก2คน ก็ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสื่อต่างๆทั่วโลก สื่อส่วนใหญ่แล้วต่างก็นำประเด็นการก่อเหตุการครั้งนี้มาประมวลผลและถกกันอย่างไม่หยุดหย่อน
ทางสมาพันธ์รัฐNetworld.. นายพลมิลเลอร์ ได้คาดการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและผลที่อาจจะตามมาในไม่ช้า ขณะเดียวกันก็มีกลุ่ม3นายพล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพลเอกสตราดาฟ ได้เข้าร่วมปรึกษาหารือด้วยตลอดเวลา ซึ่งพวกเขาได้เตรียมการบางอย่างก่อนที่จะมีการร่วมประชุมกันในกลุ่มใหญ่ของNetworldกับรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนจากประเทศอื่นๆ
ด้านหน่วยNG พันเอก จอห์น มิคาเอล ได้อนุญาติให้สมาชิกในหน่วยทุกคนแยกย้ายกันไปตามปกติ ส่วนตนได้คอยสืบสวนเรื่องราวคดีของซันลอคอย่างเงียบๆ รวมถึงการจับตามองดูกลุ่มอาชญากรโลกต่างๆที่ถูกหมายหัวไว้ และคอยสั่งการให้สมาชิกในหน่วยแต่ละคนออกตามหาและจับกุมตามที่ได้รับมอบหมาย
ในเวลาเดียวกัน... ทางด้านโลกของคนทั่วๆไปที่ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆได้ดีนัก ยังมีมุมมืดๆอีกมุมในห้องพักโทรมๆที่ดูเหมือนจะเป็นซุ้มเก็บปืนเก่าๆแห่งหนึ่ง พร้อมกับแสงไฟจากโคมไฟเก่าๆที่ติดอยู่ข้างผนังไม้ผุๆ เสียงโทรทัศน์ดังลอดออกมาตามทางเดิน
"ถึงแม้ว่าเหตุการณ์การก่ออาชญากรรมครั้งนี้จะผ่านมาแล้วถึง 2 สัปดาห์ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ครับ ว่านี่จะเป็นเพียงการสร้างความตื่นตระหนกก่อนจะก่อเหตุจริงๆอีกครั้ง แล้วอาชญากรเด็กที่ชื่อซันลอคนั้นมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?"
เสียงของโฆษกรายการถกประเด็นข่าวได้ถ่ายทอดผ่านจออินฟาเร็ดมอนิเตอร์ที่กำลังฉายภาพรายการทางโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกลมๆของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลดำยาวผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีดำกางเกงขายาวสีกากี มีแผลเป็นรูปทรงกากบาทอยู่บนไหล่ขวา ระหว่างที่ดวงตาสีทองของเขากำลังจดจ้องไปยังจอลำแสงที่ฉายขึ้นมาจากเครื่องโทรทัศน์อย่างน่าเบื่อ ก่อนที่อีกไม่นานชายหนุ่มจะหมดความอดทนกับการทนดูรายการสื่อที่ประโคมข่าวอย่างมั่วซั่วจึงลุกขึ้นออกจากโต๊ะและเดินออกจากห้องพักของเขาไป
"เหอะ! โลกนี้มันดูโสมมซะจริงๆ" เสียงที่ฟังดูไม่สบอารมณ์กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะก้าวเท้าออกไปตามทางเดิน

-------------------------------------------------------------------

"NG" The Networld Guardian
File : 009
"supernova"

-------------------------------------------------------------------

มหานคร New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การปกครองโดย สมาพันธ์รัฐ Networld...
ช่วงสายๆ ที่ห้องพักหมายเลข ID-3300 ...หลังจากที่เตรียมอาบน้ำแต่งตัวและจัดเก็บอุปกรณ์สำหรับการเรียนลงกระเป๋าเรียบร้อย "ไรส์" เด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง ก็ได้เตรียมตัวหิ้วกระเป๋าสัมภาระอันน้อยนิดของเขาออกมาจากห้อง ก่อนจะปิดประตูและล็อคด้วยการใช้สแกนจากบัตรผ่านประจำตัวของเขา
ไรส์ - "(คุณร๊อบส์ไปทำงานแล้วหรือเนี่ย...? แย่จัง เราตื่นสายอีกแล้วแฮะ สุดท้ายก็ไม่เคยตามใครทันจนแล้วจนรอดนะเรา..)"
/เด็กหนุ่มบ่นขึ้นในใจไปพลาง ขณะกำลังมองไปยังประตูห้องหมายเลข ID-3359 ซึ่งเป็นห้องของร๊อบส์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของเขา ก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟท์ที่ใช้ระบบวงโคจรแก้วนำแสง ซึ่งปัจจุบันเป็นระบบมาตรฐานสากลของลิฟท์อาคารทั่วๆไป ด้วยระบบการส้งย้ายผู้คนได้รวดเร็วภายในพริบตาเดียว กอปรกับระบบการรักษาความปลอดภัยจากโปรแกรมอัตโนมัติหรือไลท์แวร์(Lightware) ทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจในความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม เรื่องประสิทธิภาพของระบบการขนส่งจึงไม่จำเป็นต้องพูดถึง
ซึ่งทันทีที่ไรส์ก้าวเข้าไปในตัวห้องลิฟท์ ประตูที่สร้างขึ้นด้วยลำแสงไอฟาเร็ด(I-farade)ก็เลื่อนเข้ามาปิดห้องลิฟท์ พร้อมกับการปรากฎขึ้นของหน้าจอสำหรับเลือกตำแหน่งที่ต้องการไปในอาคาร เด็กหนุ่มกดเป้าหมายไปยังตำแหน่งชั้นล่างสุดคือชั้นG ทันใดนั้นก็มีลำแสงสีขาวมากั้นเป็นกำแพงรอบตัวของไรส์ และพาเขาวาร์ปลงไปที่ชั้นล่างทันที
เวลาต่อมาไม่นาน หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางจากชั้นที่33ลงมาสู่ชั้นแรกของหอพักเพียงไม่กี่วินาที ไรส์ก็เดินมาที่เค๊าน์เตอร์ตรวจบัตรผ่านก่อนที่เขาจะยื่นบัตรสแกนกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ตั้งรอไว้สำหรับผู้ใช้บริการพัก เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินออกไปจากอาคารอย่างเร่งรีบ

-------------------------------------------------------------------

ที่ถนนสายหนึ่งใน New York
(ครืนนนนน.........)
เสียงเครื่องยนต์ยานพาหนะทรงกลม Bubbling กำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆเนื้อพื้นถนน ด้วยความเร็ว 70 กม. ต่อ ชม. สายลมโบกตีเข้าที่ด้านหน้าของร๊อบส์ในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวเป็นระยะๆ เส้นผมสีเทาปลิวสไวไปตามลมที่พัดผ่าน ขณะที่เขากำลังใส่หูฟังขนาดเล็กทีเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลงตัวเล็กๆซึ่งพกอยู่ในกระเป๋ากางเกงขายาวสีดำ พร้อมๆไปกับการขับขี่ยานพาหณะทรงกลมลำนี้ไปด้วยในเวลาเดียวกัน
"ได้รับการติดต่อจากศูนย์"
เสียงระบบคอมพิวเตอร์ดังขึ้นจาก Navigatective อุปกรณ์อเนกประสงค์ที่ข้อมือ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกดปุ่มรับสัญญาณการติดต่อทันที หน้าจอสัญญาณอินฟาเร็ดอันคุ้นเคยฉายขึ้น ปรากฎภาพของ มิคาเอล ในชุดนอร์มอลสูทสีขาว กำลังยืนจ้องหน้าจากในจอมาทางร๊อบส์
มิคาเอล - ร๊อบส์ สเป็นสัน
/ชายผมทองเอ่ยชื่อของผู้ที่เขาติดต่อไปซึ่งกำลังมองมาที่เขาผ่านทางหน้าจอโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
มิคาเอล - ภารกิจแรกของนายวันนี้คือ ตามหาตัวอาชญากรมือสังหารต่อเนื่องที่ลอสแองเจลิส
/เมื่อพูดจบ หน้าจอก็ฉายภาพถ่ายของชายหนุ่มผมสีเขียวอมเหลืองยาวประมาณท้ายทอย รูปร่างหน้าตาสันทัศน์ พร้อมข้อมูลคดีฆาตกรรมที่เขาก่อ ซึ่งเป็นรายชื่อของผู้ตายทั้งหมดจำนวนหลายราย พร้อมแสดงชื่อของชายคนนี้ "Anagy Lakkon" (อานาชี่ แล็คคอน) ...และที่สำคัญ ชายคนนี้เป็นน็อป แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ร๊อบส์แสดงท่าทีที่แปลกใจแต่อย่างใด
ร๊อบส์ - ...อะไรกัน จู่ๆ โผล่มาก็พูดถึงเรื่องภารกิจอย่างเดียวเลยรึยังไงกัน?
/ชายหนุ่มผมสีเทาพูดจาตัดพ้อผู้บังคับบัญชาที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่สนใจในระดับตำแหน่ง แต่ดูเหมือนมิคาเอลจะไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับคำพูดจาของเขาแม้แต่นิดเดียว
มิคาเอล - เพราะว่าฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของนายยังไงล่ะ.
/ชายหนุ่มผมสีทองตอบด้วยคำพูดที่สุดแสนจะเย็นชา ขณะที่หน้าจอด้านข้างยังคงฉายข้อมูลของอาชยากรที่เป็นเป้าหมายในตอนนี้อยู่
ร๊อบส์ - ...ถ้าอย่างนั้นมีอะไรก็รีบๆพูดมาซะจะดีกว่า
มิคาเอล - ชายคนนี้คือคนที่สมาพันธ์ฯต้องการตัว มีหลายครั้งที่ถูกจับได้ แต่ก็ทำร้ายเจ้าหน้าที่จนถึงแก่ความตายไปหลายราย จนตอนนี้ติดบัญชี Black List เป็นที่เรียบร้อย เพราะอย่างนั้น ทางสมาพันธ์ฯถึงได้โอนภารกิจนี้มาให้กับทางเรา เพื่อจับกุมอาชยากรรายนี้ให้ได้
และที่สำคัญ จากข้อมูลลับๆที่ทางการได้สืบมา ชายคนนี้เป็นหนึ่งในเครือขายย่อยของ 1 ใน 10 เครือข่ายของ ซันลอค ด้วย
ร๊อบส์ - "(ซันลอค...!)"
/ร๊อบส์ขบคิดห้วงคำนึงขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อของ "ซันลอค" ถึงแม้ในแววตาของเขาจะยังคงดูสงบนิ่งเป็นปกติดีก็ตาม แต่ภายในจิตใจของเขาตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นให้หันมาสนใจเรื่องนี้อย่างไม่ลังเลซะแล้ว
ร๊อบส์ - คุณจะให้ผมตามจับตัวหมอนี่งั้นสินะ?
มิคาเอล - ถูก.. นายต้องตามจับกุมตัวชายคนนี้ให้ได้ ก่อนที่จะก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องไปอีก
ร๊อบส์ - แต่คุณจำไม่ได้หรือไง ในภารกิจที่ให้ตามตัวอาชยากรระดับกลางซันลอค ผมก็เคยล้มเหลวไปแล้วครั้งนึง
มิคาเอล - ......แน่นอน ฉันไม่ลืมอยู่แล้ว แต่เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น ฉันไม่ค่อยจะชอบที่จะเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันมาเหมารวมกันจนหมดหรอกนะ......
ฉะนั้นนายจำเป็นจะต้องจับกุมอาชยากรรายนี้ให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม นี่คือภารกิจ
/ร๊อบส์เงียบไปในทันทีที่ได้ยินคำพูดที่ฟังดูหนักแน่นสมกับตำแหน่งผู้บัญชาการของพันเอกผู้นี้ ถึงแม้ตัวเขาจะยังไม่อยากยอมรับในตัวของชายผู้นี้อยู่ก็ตามที
ร๊อบส์ - เป้าหมายล่ะ?
มิคาเอล - "ลอสแองเจลิส" ฝากด้วยแล้วกัน พันโท ร๊อบส์ สเป็นสัน
/หลังสิ้นประโยคของพันเอกหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าครามของชายหนุ่มผมสีเทาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกกดดันบางอย่างที่ถูกกระตุ้นจากชายผมทองที่อยู่ตรงข้ามกับหน้าจอของเขา แต่อีกไม่นานนักเขาก็คุมสติของตัวเองให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีกครั้ง
ร๊อบส์ - ACCEPT..
/ชายหนุ่มตอบรับภารกิจด้วยประโยคสั้นๆประจำหน่วยแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก ทันใดนั้นหน้าจอสัญญาณอินฟาเร็ดก็ปิดตัวลงหลังจากที่มิคาเอลได้จบธุระไปแล้ว ร๊อบส์เองก็เตรียมที่จะมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่ Los Angeles ในทันที

-------------------------------------------------------------------

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่ห้องมืดๆของ SAVIOROID ... หลังจากที่ได้รับทราบข้อมูลการเคลื่อนไหวของหน่วยNGจากเมฟิสโต้ ชายในชุดดำยังคงนั่งจ้องไปยังหน้าจอ Led Monitor ที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก แสงไฟสลัวๆส่องกระทบมาที่ใบหน้าใต้หมวกกางสีดำ แลเห็นรอยเหี่ยวย่นบางๆและเส้นผมยาวรุงรังสีขาวของชายชรา สายตาของเขาดูสงบนิ่งและยากที่จะหยั่งรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่บ้างในตอนนี้...
เมฟิสโต้ - กำลังคิดอะไรอยู่รึท่าน?
/เสียงของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ยืนอยู่ห่างๆเอ่ยถามไปยังชายในชุดดำ ขณะที่มือของเขากำลังควงไม้คฑาสั้นๆไปพลาง
ชายในชุดดำ - อืม... ข้ารู้สึกพอใจจริงๆ กับผลประมวลค่าความสามารถของเด็กหนุ่มพวกนั้น จากที่ได้ข้อมูลมาจากคนที่เจ้าส่งไปนั่น..
/ชายในชุดดำหันมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง ที่แฝงความชื่นชมในผลงานของชายที่ยืนอยู่เบื้องหลังเอาไว้เล็กน้อย
เมฟิสโต้ - ขอบคุณท่านมาก... แล้วตอนนี้ท่านมีแนวคิดที่จะเคลื่อนไหวต่อโลกยังไงบ้างรึครับ?
ชายในชุดดำ - .................... ข้ายังไม่ได้วางแผนเรื่องนั้น... ตอนนี้ที่เจ้าควรจะถามมากกว่า คือ "โลกจะเคลื่อนไหวยังไง" ต่างหาก...
เมฟิสโต้ - "โลกจะเคลื่อนไหวยังไง" อย่างนั้นรึครับ?
ชายในชุดดำ - ใช่... เพราะอาชญากรรมทั้งหลายแหล่ก็ยังเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน และตอนนี้ ก็ดูเหมือนจะมีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมากขึ้นแล้ว... ข้าอยากรู้จริงๆ ว่า "คนพวกนั้น" จะทำยังไงต่อไป.....
/ชายในชุดดำเมื่อพูดจบ เขาก็หันไปนั่งตามสบายพลางจ้องมองไปที่หน้าจอที่แสดงอยู่โดยรอบๆไปพลางๆ ขณะที่เมฟิสโต้ก็กำลังนึกถึงเรื่องบางอย่างอยู่เงียบๆ
เมฟิสโต้ - "(ไม่ว่าโลกนี้จะเปลี่ยนไปยังไงก็ตาม..... ตอนนี้คนๆเดียวที่จะใช้ให้คอยเก็บข้อมูลต่างๆได้ ก็มีแต่เด็กคนนั้นเท่านั้น..... หนึ่งในผู้ส่งสาส์นจากเงามืด 'รอยล์ อลิซเทล')"

-------------------------------------------------------------------

ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ในถนนสายที่ 61 ใน Los Angelese ภายในร้านนั้นเป็นสีขาวสะอาดตกแต่งอย่างเรียบง่ายและดูทัยสมัย มีไฟประดับสีครีมที่เพดาน ถึงแม้ว่าร้านจะเปิดไฟหลอดสีขาวจนสว่างทั่วแล้วก็ตามที
(กริ๊ง...)
เสียงสัญญาณประตูอินฟาเร็ดดังขึ้น ก่อนที่ประตูกระจกจะเปิดออก ชายร่างสูงในชุดโค๊ดยาวสีกากีพร้อมหมวกเดินเข้ามาในร้าน ลักษณะการแต่งตัวของเขาดูจะเป็นคนที่มีฐานะอยู่ในระดับชั้นล่าง แขกในร้านต่างหันมามองดูเขาด้วยสายตาที่แปลกๆ บ้างก็จ้องด้วยสายตาที่แลดูเหยียดหยามเพราะการแต่งตัว
??? - ขอเหล้าว็อดก้าอย่างแรงๆหน่อย...
/เสียงทุ้มๆพูดขึ้น ดวงตาสีเขียวเข้มของเขาจ้องไปที่หุ่นAIดูแลร้านที่เข้ามาบริการเขา แต่ทว่ามันกลับไม่ทำตามคำสั่งของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากระบบตรวจสอบค่าเงินตราของลูกค้าไม่พบเงินอยู่ในกระเป๋าของชายหนุ่มแม้แต่นิดเดียว
คนในร้านต่างหันมายิ้มกระหย่องหัวเราะเยาะเขาแทบทั้งร้าน ทันใดนั้นดวงตาสีเขียวเข้มที่คมกริบของชายหนุ่มก็จิกงุ้มลงและกลายเป็นสีแดงฉานในทันที และภายในพริบตาเดียวนั้นเอง เสียงกระสุนนับร้อยๆนัดก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
(ปัง! ปัง! ปัง! ปังๆๆๆๆ!!!!)
เพล้ง! เสียงกระจกในร้านแตกกระจายออก พร้อมกับคราบเลือดของเหล่าลูกค้าผู้โชคร้ายภายในร้าน กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นควันของเครื่องจักรAIภายในร้านที่เสียหายทั้งหมดได้คุ้งกระจายออกมาทั่วพื้นบริเวณ ขณะที่ผู้คนในบริเวณรอบๆต่างตื่นตระหนก บ้างก็หนีห่างออกมาจากบริเวณรอบๆถนน
ขณะที่ชายหนุ่มลึกลับเมื่อครู่ในตอนนี้ได้ออกมายืนอยู่บนชั้นดาดฟ้าอาคารของร้าน ก่อนที่จะวิ่งหายไปในเงามืดโดยอาศัยช่วงเวลาชุลมุนหนีไปได้...

-------------------------------------------------------------------

กลับมาที่ด้านของร๊อบส์ ระหว่างกำลังเดินทางไปยัง Los Angeles ได้มีฝนตกหนักลงมาทั่วท้องถนน แต่ชายหนุ่มก็ยังคงสามารถขับเคลื่อนยานพาหณะของเขาไปได้เรื่อยๆตามทางลาดกลางอากาศที่จัดเรียงไว้สำหรับยานพาหณะในแบบคล้ายๆกัน โดยมีระบบฝากระจกใสเลื่อนตัวเข้ามาครอบไว้ทำให้ยานพาหณะของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับรถยนต์รูปทรงประหลาดคันอื่นๆที่ขับเคลื่อนอยู่ใกล้ๆกัน ซึ่งก็มีฝากระจกครอบอยู่เหมือนกัน ขณะที่ตัวเขาเองก็ยังคงฟังเพลงกับเครื่องเล่นเพลงด้วยหูฟังอยู่เช่นเดิม
แต่แล้วบรรยากาศที่เงียบสงัดก็เปลี่ยนไปเมื่อมีเสียงเตือนว่ามีผู้ติดต่อเข้ามาจากอุปกรณ์ Navigatective ที่ข้อมือร๊อบส์ เขาไม่รอช้ารีบกดรับสัญญาณการติดต่อ ทันใดนั้นหน้าจออินฟาเรดก็ฉายขึ้น ปรากฎว่าเป็นแคมรี่ที่ติดต่อเข้ามาและดูเหมือนว่าเขาจะอยู่นอกสถานที่
ร๊อบส์ - แคมรี่
แคมรี่ - ร๊อบส์ ฉันได้เบาะแสของเป้าหมายในตอนนี้แล้วล่ะ
ร๊อบส์ - เป้าหมาย....?
แคมรี่ - อ่อ คือฉันได้รับมอบหมายจากพันเอกมิคาเอลให้ติดตามจับเบาะแสการเคลื่อนไหวของเป้าหมายที่นายติดตามอยู่น่ะสิ และตอนนี้ฉันก็รู้การเคลื่อนไหวของหมอนั่นแล้วด้วย
ร๊อบส์ - ...อานาชี่ แล็คคอน...
/ร๊อบส์เข้าใจถึงความหมายของ"เป้าหมาย"ที่แคมรี่พูดถึงได้ไม่ยาก สายตาของเขาจดจ่ออยู่เพียงแต่หน้าจออินฟาเรดอย่างเดียวเท่านั้น ฝั่งแคมรี่ที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อไป จู่ๆเขาก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังติดตามมาจากด้านหลัง ชายหนุ่มจึงเหลียวหลังไปมองดู แต่แล้วสิ่งที่พบกลับไม่มีอะไรผิดสังเกต
แคมรี่ - ............(*เงียบ*)
ร๊อบส์ - แคมรี่
/ร๊อบส์ขานชื่อเพื่อนร่วมงานของเขาทันทีที่สังเกตได้ถึงความผิดปกติ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าชายหนุ่มผมสีกรมท่าในหน้าจออินฟาเรดกำลังวิตกกังวลเรื่องอะไรในตอนนี้ ด้านแคมรี่เมื่อได้ยินเสียงร๊อบส์เรียกจึงหันกลับมาที่หน้าจออินฟาเรดอีกครั้ง
แคมรี่ - ขอโทษทีนะ ฉันรู้สึกเหมือนมีคนติดตามอยู่.... แต่ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ล่าสุดมีรายงานจากทางสำนักงานตำรวจเข้ามา เป้าหมายน่าจะอยู่ที่บริเวณย่านแอเรีย51ในลอสแองเจลิส เพราะล่าสุดเมื่อครู่นี้ก็มีเหตุการณ์ฆาตกรรมร้านเหล้าในย่านนี้เกิดขึ้นด้วย
/ชายหนุ่มผมสีกรมท่าอธิบายให้เพื่อนร่วมงานของเขาฟัง แต่ถึงอย่างนั้นร๊อบส์ก็ยังไม่เข้าใจถึงความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เล่ามาเท่าไหร่นัก
ร๊อบส์ - แล้วมีอะไรที่ยืนยันได้บ้าง ว่าเป็นฝีมือของหมอนี่จริงๆ
แคมรี่ - มีสิ.... เพราะหมอนั่นก่อเหตุในลักษณะแบบนี้มาหลายหนแล้ว โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมอุกอาจอย่างต่อเนื่องด้วยกระสุนปืนจำนวนมาก
ร๊อบส์ - "(กระสุนปืนจำนวนมาก.....?)"
/ทันทีที่ได้ยินคำยืนยันจากเพื่อนของเขาแล้ว ชายหนุ่มผมสีเทาก็ถึงกับสะดุดขึ้นมาในความคิดของเขาทันที เพราะไม่เพียงแต่การตามจับ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นคดีที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้คนส่วนมากไปซะแล้ว เพราะเป้าหมายตอนนี้ช่างฟังดูร้ายกาจยิ่งกว่าที่เขาได้รับรู้ข้อมูลเบื้องต้นจากมิคาเอลมากมายเหลือเกิน

-------------------------------------------------------------------

ที่สถาบันการศึกษาแห่งใหญ่ที่ดูทันสมัยแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง New York ด้านหน้าทางเข้าอันกว้างขวางจนดูเหมือนกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ได้มีป้ายมอนิเตอร์กำลังฉายลำแสงLedเป็นข้อความสีเขียวๆ "N.Y.CENTRAL UNIVERSITY" ซึ่งก็คือชื่อของสถาบันแห่งนี้นั่นเอง
"ว่าไงไรส์ มาแต่เช้าเลยนะ"
เสียงของนักเรียนชายชาวตะวันตกกล่าวทักทายเพื่อนร่วมรุ่นชาวตะวันออกที่เขาเดินเข้าไปหาหลังจากฝ่าสายฝนมาจากด้านนอก ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่นชาวตะวันออกที่ว่าก็คือไรส์นั่นเอง
ไรส์ - อรุณสวัสดิ์ "โทนี่"
/ไรส์กล่าวทักทายกลับสั้นๆแบบเรียบง่าย ก่อนที่พวกเขาจะเดินคุยกันไปตามทางเดินที่เป็นวัสดุคอนกรีตเงาสีขาวสะอาดซึ่งสังเคราะห์มาจากพลังงาน Synchrotic Stock ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความทนทานกว่าวัสดุแบบเก่าซึ่งเลิกใช้ในวงการอุสาหกรรมไปตั้งแต่เมื่อ 200 กว่าปีก่อนนี้แล้ว และที่แปลกกว่าคือพื้นสีขาวที่ดูสะอาดใหม่เสมอนี้เมื่อเวลาเดินไปตามทาง ก็จะมีเสียงดัง "แก๊ก" ปรากฎขึ้นเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นที่คุ้นหูจนดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว สำหรับคนในยุคที่วิทยาการเทคโนโลยีล้ำหน้าไปไกลจนสุดขอบฟ้าเช่นนี้
โทนี่ - จะว่าไปแล้ว วันนี้น่ะเป็นวันเปิดภาคเรียนนี่นา ทำไมนายถึงได้คิดมาเรียนวันนี้ล่ะ ทั้งๆที่วันนี้ไม่มีอะไรให้เรียนด้วยซ้ำ
/เด็กหนุ่มผมบลอนด์ถามขึ้น ขณะที่พวกเขากำลังเดินไปเรื่อยๆระหว่างทางที่มีนักเรียนและนักศึกษาเดินผ่านไปมาอยู่ประปราย
ไรส์ - ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่อยากมาตามหน้าที่ของนักเรียนคนนึงเท่านั้นแหละ
/ไรส์ตอบคำถามของเพื่อนเขาด้วยคำพูดที่ฟังดูซื่อๆจากใจ ทำเอาเด็กหนุ่มผมบลอนด์ต้องทึ่งกับความคิดของเขาไปครู่นึงทีเดียว
โทนี่ - นายนี่แปลกคนดีจริงๆแฮะ ถ้าเป็นฉันล่ะก็คงจะไม่มาหรอกนะ เว้นซะแต่ว่าต้องติดมาเรียนดนตรีที่มีสอนแค่วันหยุดนี่น่ะสิ....
/หนุ่มผมบลอนด์พูดจบก็เงียบไป เหมือนกับว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างได้
ไรส์ - หืม?
โทนี่ - ใช่แล้ว!!! วันนี้ฉันต้องเรียนดนตรีนี่นา! แล้วนี่มันก็จะสายมากแล้วด้วย แย่แล้ว!! ฉันต้องรีบไปก่อนนะ แล้วเจอกันเพื่อน!!
/ว่าแล้วโทนี่ก็โบกมือลาเพื่อนของเขาก่อนจะวิ่งกระเจิงหายไปในกลุ่มนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมา เหลือเพียงไรส์ที่ยืนปลงตกอยู่คนเดียวเงียบๆ ก่อนที่เขาจะเดินไปยังชมรมฟุตบอลที่เขาเป็นสมาชิกอยู่ และที่นั่นเองเขาก็ได้เจอกับนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งในชมรมกำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน
แต่ดูเหมือนไรส์จะไม่ได้อยากจะฟังเรื่องไร้สาระที่นักเรียนพวกนี้คุยกันมากนัก เขาจึงเดินเลี่ยงไปหาที่อื่นในชมรมที่เงียบสงบกว่านี้พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ไปหนึ่งที

-------------------------------------------------------------------

กลับมาที่ฝั่งร๊อบส์ หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ในที่สุดตอนนี้เขาก็มาถึงเมือง Los Angeles ซึ่งแลดูไปรอบๆก็จะเห็นตึกสูงเสียดฟ้ามีอยู่ประปรายไม่แพ้ New York แต่ที่ดูจะแตกต่างก็คือ ถนนที่กว้างขวางและเน้นการสันจรด้วยถนนพื้นธรรมดามากกว่าทางลาดกลางอากาศเหมือนใน New York
แต่ด้วยความจริงที่ว่า เมืองที่กว้างใหญ่แห่งนี้ มีเหตุการก่ออาชญากรรมติดต่อกันในแต่ละวันไม่ต่ำกว่า 10 คดี ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยระบบกล้องวงจรปิด และเสียงรถตำรวจดังติดต่อกันตลอดแทบทุกๆ 10 นาที ราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชาวเมืองนี้ไปแล้ว
ร๊อบส์ - ที่นี่สินะ....
/ร๊อบส์พูดเปรยขึ้นเบาๆขณะกำลังกระโดดลงจากยานพาหนะทรงกลมBubbling ก่อนที่มันจะหายแว๊บไปในพริบตาเหมือนเคย ชายหนุ่มเดินตรงไปเรื่อยๆตามทางเท้าซึ่งมีผู้คนขวักไขว่ไปมาอย่างวุ่นวาย
ขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก ที่หน้าร้านขายไอศกรีมแบบริมทาง ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น
"เฮ้ นายคนตรงนั้นน่ะ เดินต่อคิวดีๆหน่อยสิฟะ"
เสียงของวัยรุ่นชายคนนึงที่ยืนต่อแถวรอซื้อไอศกรีม ตะโกนด่าใส่คนที่มาแซงคิวตัดหน้าไป ซึ่งคนๆนั้นก็คือชายในชุดโค๊ดสีกากีคนเดิมนั่นเอง
ชายในชุดโค๊ดสีกากี - มีอะไรรึ?
/ชายผู้ถูกทักท้วงเหลียวหลังกลับมาจ้องมองผู้ที่ต่อว่าเขาด้วยสายตาที่ดุร้าย เมื่อวัยรุ่นชายที่ต่อว่าคนเมื่อครู่ได้ยินคำพูดจาที่ฟังดูท้าทาย จึงเกิดอารมณ์พลุกพล่านขึ้น และโถมหมัดเข้าใส่เป้าหมายคือชายตรงหน้า
(ฟึบ! หมับ!!)
วัยรุ่นชาย - แก!!
/ชายในชุดโค๊ดสีกากีรับหมัดที่ซัดเข้ามาไว้ได้ด้วยฝ่ามือเพียงฝ่ามือเดียว ชายอีกคนที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนักสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้น นั่นคือที่บริเวณฝ่ามืออีกข้างของชายในชุดโค๊ดสีกากีนั้นได้แปรสภาพจากแขนคนธรรมดา ไปเป็นแขนที่มีลักษณะคล้ายกับคองู ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเขาคือน็อป
ชายในชุดโค๊ดสีกากี - ดูท่าทางแกจะยังไม่เคยเห็นความตาย ใช่ไหม?!!
วัยรุ่นชาย - อะ! อย่านะ ไม่!!!!!
(ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!!! ปั้งๆๆๆๆๆ!!!!!)
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!"
/เสียงกระสุนนับร้อยๆนัดได้ดังขึ้นติดต่อกันอย่างรวดเร็วราวกับเสียงรัวปืนกล พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องอันโหยหวนของกลุ่มคนผู้โชคร้ายในบริเวณ ที่ต่างถูกลูกหลงจากกระสุนสังหารจนร่างกายเป็นรูพรุนอย่างเหี้ยมโหด กลิ่นดินปืนและคาวเลือดคุ้งโขมงไปทั่วบริเวณ
ขณะที่ร๊อบส์ซึ่งได้ยินเสียงเหตุการณ์เมื่อครู่เข้า จึงรีบวิ่งตามแหล่งเสียงที่เขาพอจะจับทางได้ จนมาถึงที่เกิดเหตุในที่สุด ทันทีที่ชายหนุ่มเห็นภาพอันน่าสยดสยองตรงหน้า ก็รู้ทันทีว่าเจ้าของฝีมือนี้คือใคร
ร๊อบส์ - "(เจอตัวแล้วสินะ...!)"
/ขณะเดียวกันชายในชุดโค๊ดสีกากีกำลังจะเดินไปไล่จัดการคนอื่นๆที่อยู่ห่างออกไปในบริเวณ แต่ระหว่างนั้นสายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นร๊อบส์ที่ยืนมองมาจากถนนอีกฝั่ง ดวงตาสีฟ้าที่เปิดไว้เพียงข้างเดียวได้จดจ้องมาทางเขา ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังตามเขามา ทำให้เขาตัดสินใจวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ร๊อบส์ - "(จะหนีรึ!)"
/ชายหนุ่มผมสีเทาไม่รีรอ วิ่งกระโจนฝ่ารถราบนท้องถนนตามเป้าหมายของเขาไปอย่างว่องไว ขณะที่พูดคนรอบๆยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
(ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึกๆ!!)
เสียงฝีเท้าที่ดังติดต่อกันไม่ขาดสายของร๊อบส์ ที่กำลังวิ่งไล่ตามเป้าหมายไปอย่างไม่หยุดพัก ทั้งวิ่งฝ่าการจราจรที่วุ่นวายบนท้องถนน ไปจนวิ่งกระโดดข้ามดาดฟ้าตึก และในที่สุดเขาก็ตามตัวชายในชุดโค๊ดสีกากีคนเมื่อครู่จนเจอ ที่ยอดดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่ง
ร๊อบส์ - หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ.. "อานาชี่ แล็คคอน"
/ชายในชุดสีกากีถึงกับสะดุ้งไปชั่วขณะ ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนจากคนที่คาดไม่ถึงว่าจะตามเขามาได้ถึงขนาดนี้ ชายหนุ่มจึงถอดชุดโค๊ดยาวและหมวกออกไป เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง... ชายหนุ่มผมสั้นสีเขียวอมเหลืองยาวประมาณท้ายทอย รูปร่างสูงพอประมาณ กับดวงตาดูดุร้าย เขาคือ "อานาชี่ แล็คคอน"
อานาชี่ - ฉันคิดไว้แล้วว่ามีใครที่กำลังแอบไล่ตามฉันมา... แกเป็นใครกันแน่ ถึงได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของฉัน?
ร๊อบส์ - .....ฉันน่ะหรือ......?
อานาชี่ - ว่ายังไงล่ะ? จะบอกหรือไม่บอกก็แล้วแต่ ที่แน่ๆแกคงจะเป็นสายของทางการที่ส่งมาเพื่อจัดการกับฉัน..
/ชายหนุ่มผมสีเขียวอ่อนพูดพลางหยิบปืนลูกซองที่เสียบอยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา และสะบัดปลายกระบอกออกเล็กน้อย
อานาชี่ - แต่ถึงยังไงฉันคงจะปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่ เพื่อจับฉันส่งให้กับทางการไม่ได้หรอก !!
/สิ้นประโยคของอานาชี่ แขนข้างที่ถือปืนของเขาก็แปรสภาพไปเป็นแขนที่มีลักษณะคล้ายกับคองู ก่อนที่เขาจะสั่งให้มันลั่นไกกระสุนกราดยิงใส่ร๊อบส์ในทันที
(ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!!!)
ร๊อบส์ - !!!
/ด้วยไหวพริบที่เหนือกว่าคนทั่วๆไปของร๊อบส์ ทำให้เขาสามารถกลิ้งตัวหลบกระสุนปืนจากอานาชี่ได้อย่างรู้เท่าทัน สร้างความประหลาดใจให้กับอาชญากรผู้โหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก
ร๊อบส์ - ถ้าอยากจะรู้นักว่าฉันเป็นใคร... จะบอกให้รู้ก็ได้
/ชายหนุ่มผมสีเทาไม่คิดที่จะปกปิดสถานะของตัวเองต่อศัตรูที่อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป เขากดที่ปุ่มสีขาวขุ่นบนอุปกรณ์Navigatectiveที่สวมอยู่บนข้อมือซ้าย
เพียงชั่วพริบตาเดียวร่างกายของเขาก็ถูกแสงสีขาวห่อหุ้ม เพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีแสงนั้นก็แตกตัวออกไป ปรากฎชุดสีขาว และแสงสีดำที่วิ่งผ่านเข้ามาเป็นเส้นคาดอยู่ตามชุด พร้อมกับตราสัญลักษณ์NGที่บ่าทั้งสองข้าง และสัญลักษณ์ "B" ที่กลางอก กลายเป็นชุด Missuit ที่ได้มาสวมใส่อยู่บนร่างของชายหนุ่มอย่างเสร็จสมบูรณ์
อานาชี่ - นี่แก... หรือว่า--!?!
ร๊อบส์ - ฉันก็คือ.. คนที่นำมาซึ่งแสงสว่างและความมืด "ร๊อบส์ สเป็นสัน" แห่งหน่วยNG...

CONTINUITE TO NEXT FILE...